การเดินทางท่องเที่ยว เบตง

การเดินทางท่องเที่ยว เบตง สามจังหวัดชายแดนใต้

ใน365วันมนุษย์เราจะสามารถพบเจอกับเรื่องที่เหนือความคาดหมายเป็นจำนวนศูนย์ครั้งภายใต้เซฟโซนของตนเองโลกใบนอกที่เราไม่คุ้นเคยนั้นมักจะมอบเกมใหม่ๆให้กับเราเสมอเช่นเดียวกับการเดินทางของผมที่โยนบุคคลที่เหนือความคาดหมายมาร่วมเดินทางไปในทริปนี้พร้อมกับผมและนั่น เป็นนาทีที่ทำให้ผมได้รู้จักกับ เร แมคโดนัลด์ นักเดินทางรุ่นพี่ที่เต็มไปด้วยอารมณ์ขัน เราตั้งต้นกันที่สถานีรถไฟหัวลำโพงการเดินทางร่วมกันของเราในทริปนี้มีจุดหมายที่อยู่สุดขอบแดนใต้ของประเทศไทย เบตง อำเภอที่ตั้งอยู่ใต้สุดของประเทศไทย

ณ จังหวัดยะลาสถานที่ ที่ขึ้นชื่อด้วยเรื่องของความสวยงามแต่กลับถูกแฝงไปด้วยความกังวลของผู้คนที่จะเดินทางเข้าไปยังในเขตสามจังหวัดชายแดนภาคใต้จึงเป็นสิ่งที่ทำให้ เบตง  ไม่ได้เผยโฉมให้กับนักท่องเที่ยวมากอย่างที่ควรจะเป็นแต่สำหรับผม เบตง นั้นเป็นสถานที่ ที่ผมต้องการที่จะเข้าไปสัมผัสสักครั้งในชีวิตเสมอเหตุการไม่สงบในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้นั้นเป็นสิ่งที่ทำให้ผู้คนที่ต้องการมาสัมผัสยัง เบตง มีคำถามถึงเรื่องการเดินทางและความปลอดภัยและผมก็เป็นหนึ่งคนในนั้นที่สงสัยในเรื่องนี้

และการเดินทางเท่านั้นที่จะให้คำตอบกับผมในเรื่องนี้ได้การเดินทางด้วยรถไฟเป็นสิ่งที่โปรดปรานของ พี่เร และผมตอนจงรอบรถไฟนั้น พี่เร อยากได้ขบวนที่ยังมีตู้เสบียงอยู่ พี่เรยังได้เล่าถึงความประทับใจที่มีต่อตู้เสบียงในอดีตของเขาการผัดอาหารที่หอฟุ้งไปทั่วโบกี้ผู้คน ที่อาศัยอยู่บนรถไฟอย่างเกือบจะถาวรและความคึกคักของตู้เสบียงในอดีตแต่ในปัจจุบันนี้ถึงตู้เสบียงจะมีไม่มากเหมือนในอดีตและความคึกคักนั้นถูกเปลี่ยนเป็นความคลากสสิคแทน

แต่การเดินทางด้วยรถไฟนั้นก็ยังคงตั้งมนต์เสน่ห์ในแบบฉบับของตัวเองเสมอทำให้สิบหรือยี่สิบชั่วโมงบนรถไฟผ่านไปอย่างรวดเร็วโดยไม่รู้ตัวเราเดินทางมาถึงสถานีรถไฟหาดใหญ่สิบแปดชั่วโมงกับการเดินทางที่ผ่านมา ซึ่งพี่เร ได้แนะนำลงที่หาดใหญ่ก่อนเพราะหาดใหญ่เป็นจุดที่สามารถเดินทางไปยังที่ต่างๆได้อย่างหลากหลาย

แต่พอได้รับคำแนะนำในการเดินทางของชาวบ้านในละแวกพวกเราก็โดนขึ้นรถไฟต่อเพื่อตรงไปยังจังหวัดยะลาThe plan is no plan คำเท่ๆที่พี่เรมักจะพูดแล้วหันมาขำกับผมการเดินทางของพี่เรกับผมในครั้งนี้มันทำให้ผมรู้สึกว่าเรามีอัไรเหมือนกันบางอย่างนั่นคือการที่เราชอบเสพอะไรที่ไม่มีแบบแผนมาถึงยังจุดหมายไหนก็หาทางไปเรื่อยๆและเมื่อเราได้เดินทางมาถึงจังหวัดยะลา

 

สนับสนุนโดย  nowbet

การเดินทางท่องเที่ยวพิชิตขึ้น ดอยขุนตาล

การเดินทางคือ อะไร มันคือการค้นหาตัวตน

หรือในการพบเจอเพื่อนใหม่ๆคือสถานที่ใหม่ๆ คือความรู้สึกใหม่ คือโลกใหม่เราได้ตั้งคำถามกับสิ่งเหล่านี้มากมายคำตอบจะไม่สำคัญอะไรเลยถ้าคุณไม่ได้ออกไปสัมผัสมันด้วยตัวคุณเองผมอยู๋ที่สถานีรถไฟหัวลำโพงสถานที่ซึ่งบรรจบการเดินทางของหลายๆคนเข้าด้วยกันและการเดินทางขอผมในครั้งนี้ก็มาบรรจบกับเพื่อนร่วมทาง ซึ่งมีทั้งคนที่ผมรู้จักและคนที่ผมกำลังจะรู้จักเราเดินทางด้วยตู้รถไฟชั้นสองเป็นครั้งแรกกับการขึ้นรถไฟตู้นอนของผม ดอยขุนตาล เป็นปลายทางที่เหมือนกันของพวกเราชาวต่างชาติดูเหมือนจะมีมากพอๆกับคนไทยภาษาที่ใช้สื่อสารกันในรถเลยดูผสมปนเปกันไปหมดในรถไฟค่อนข้างสะดวกสบายกว่าที่ผมคิดไว้มากมีเมนูสำหรับการสั่งอาหารเจ้าหน้าที่ที่อำนวยความสะดวกให้คุณและการเดินทางสิบเอ็ดชั่วโมงนี้

ห้องน้ำถือว่าใช้ได้เลยหลังจากที่รถไฟจอดที่สถานีอยุธยาเพื่อนร่วมทางคนสุดท้ายของผมเราก็มากันครบบทสนทนาเกิดขึ้นมากมายในขบวนรถไฟความนิ่งและแอร์ที่เย็นฉ่ำของรถไฟทำให้ผมข้ามไปวันใหม่ได้อย่างไม่ยากเย็น ดอยขุนตาล ตั้งอยู่ที่เทือกเขาระหว่างจังหวัดลำปางและจังหวัดลำพูนความน่าสนใจของ ดอยขุนตาล นี้คือที่นี่เป็นอุทยานแห่งชาติเพียงที่เดียวที่คุณสามารถนั่งรถไฟไปถึงและเดินขึ้นดอยกันได้เลยก่อนถึงสถานีขุนตาลรถไฟจะผ่านอุโมงค์ที่ยาวที่สุดของประเทศไทยเป็นอุโมงค์รถไฟที่เก่าแก่

ซึ่งเริ่มก่อสร้างตั้งแต่ปี พ.ศ.2450 ชาวเยรมันเป็นผู้ควบคุมการก่อสร้างทั้งหมดโดยใช้เวลาก่อสร้างทั้งสิ้น11ปี ถ้ามองด้วยตาเปล่าผมไม่เห็นปลายทางของอุโมงค์นี้เลยหมอกที่ลงหนากับความสงบของสถานีรถไปขุนตาลก็มีเจ้าหมาตัวดำตัวนึงเข้ามาทำความร็จักกับผมมันดูเหมือนจะเป็นเรื่องธรรมดาของคนกับสัตว์ที่พึ่งพบกันแต่เจ้าดำจะทำให้ผมแปลกใจตลอดการเดินทางของทริปนี้อุทยานแห่งชาติดอยขุนตาลไม่ใช่ดออยที่จะมีคนมาท่องเที่ยวมากนักยิ่งวันธรรมดาที่ผมมาวันนี้ทำให้รู้ว่ามีแค่พวกเราแค่5คนที่กำลังเดินขึ้นไปบนดอย

พวกเรามีแผนจะพิชิตดอยนี้ทั้งหมด4จุดยุทธศษสตร์ ซึ่งเรียกสั้นๆว่าเป็น ย.1ถึงย.4ตั้งแต่เราออกจากสถานีรถไฟขุนตาลมาเจ้าดำก็คอยบอแกทางเราตลอดเวลา ซึ่งทำงานได้ไมท่แพ้เจ้าหน้าที่เลยทีเดียว ดำไม่เหมือนหมาทั่วไปที่คอยตามเราแต่เจ้านี่เลือกที่จะนำเรามากกว่าถ้าคุณเคยดูหนังหรือภาพยนตร์ที่มีเจ้าหมาที่ฉลาดผิดหมาทั่วไปที่คุณเคยพบเห็นแล้วละก็คุณสามารถลองมาพบเจ้าดำที่ ดอยขุนตาลนี้ได้ 

 

ขอบคุณผู้ให้การสนับสนุนของเรา  next88

เมืองโคราชสถานที่มีความงามของดอกไม้

 พาเที่ยวทุ่งดอกไม้ที่น่าไปที่เมืองโคราชสถานที่มีความงามของดอกไม้ที่สวยงามเหมาะกับการไปเที่ยวอย่างมาก

ฟ้าประทาน โรสพาร์ค

ที่นี้ชื่อก็บอกอยู่ว่าเป็นสวนดอกกุหลาบนานาพันธ์ ซึ้งที่นี้มีดอกไม้เยอะจนคุณนับไม่ได้เลยซึ้งดอกกุหลาบที่นี้สวยทุกๆดอกเลยค่ะซึ้งที่นี้เขามีบริการให้คุณสามารถเช่าบ้านเป็นแบบ HOME STAY คุณสามารถพักที่สวนกุหลาบได้ทั้งคืนทำให้ได้บรรยากาศราวกับว่าอยู่ในนิทานหรือโลกแฟนตาซีก็ไม่ปาน ซึ้งที่นี้เปิดตั้งแต่ 1 พฤศจิกายน ซึ้งตั้งแต่ปีที่แล้ว ซึ้งที่นี้จะเปิด 31 มีนาคม ของปีนี้ ถ้าใครสนใจก็ลองไปดูนะคะ

FLORA PARK

ที่นี้เรียกได้ว่าคือดินแดนแห่งดอกไม่ที่มีในช่วงฤดูหนาว ซึ้งจะมีดอกไม้หลายพันธ์ยกตัวอย่างเช่น ดอกกล้วยไม้หรือดอกไม้มงคลหลายชนิดเยอะจนคุณคาดไม่ถึงเลยละค่ะ ซึ้งที่นี้เขาจะปลูกดอกไม้เป็นเหมือนเขาวงกตและนอกจากจะมีเป็นทุ่งดอกไม้แล้วเขายังมีไร่กาแฟให้คุณได้ดูเมล็ดกาแฟแบบใกล้ๆเลยค่ะ แล้วเขายังมีสวนผักอีกด้วยนะคะ

คุณสามารถเดินเที่ยวชมได้ทั้งสวนไร่กาแฟและยังมีดอกไม้และผักด้วย ต้องขอบอกว่าที่นี้น่าไปมากๆเลยค่ะซึ้งที่นี้ตั้งอยู่ก่อนที่จะถึง ฟ้าประทาน โรสพาร์ค ประมาน 100 เมตรเท่านั้นค่ะและที่นี้เปิดตั้งแต่ 1 พฤศจิกายน ของเมื่อปีที่แล้วและจะเปิดจนถึง 31 มีนาคมของปีนี้ค่ะ ลองไปดูกันนะคะ

MOM COTTAGE

ที่นี้ไม่ได้เป็นสวนที่มีดอกไม้หลายๆชนิด เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่นักท่องเที่ยวนิยมมาชมความงามของดอกไม้นานพันธ์รวมถึงมาถ่ายรูปกับสวนดอกไม้สวยสวยเพื่อเก็บเอาไว้เป็นที่ระลึก สำหรับสถานที่ท่องเที่ยวแห่งนี้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงเป็นอย่างมาก นักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบความเป็นธรรมชาติจะนิยมเดินทางมากันที่นี่ตลอดทั้งปีไม่ขาดสาย

สำหรับสวนดอกไม้ทั้งสามที่นี้ นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางไปท่องเที่ยวได้ตลอดทั้งปี  ซึ่งแต่ละที่จะมีการจัดกิจกรรรมเพื่อเชิญชวนให้นักท่องเที่ยวได้ไปดื่มด่ำกับกิจกรรมที่ทางสวนจัดแต่ว่าหากใครจะไปชมกิจกรรมนั้นต้องมีการโทรเช็คกับทางสวนก่อนว่าจะมีการจัดกิจกรรมกันเดือนไหน เมื่อไหร่ของแต่ละที่

แต่ถ้าหากเพียงต้องการไปอยู่ท่ามกลางของดอกไม้เพื่อถ่ายรูปอย่างเดียวแล้วละก็ สามารถเดินทางไปเที่ยวได้ตลอดเวลา ที่เมืองโคราชแห่งนี้มีสถานที่ท่องเที่ยวหลายที่ที่ขึ้นชื่อและมีร้านอาหารอร่อยอยู่มากมายหลายร้าน หากว่าใครมีโอกาสได้มาเที่ยวอย่าลืมแวะไปเที่ยวหลายหลายที่ และที่สำคัญมาเที่ยวโคราชทั้งที อยู่ลืมไปกราบไหว้ย่าโม เพื่อความเป็นสิริมงคลให้กับตัวเองด้วยนะ

เที่ยวอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่

เยี่ยมชมความงามของน้ำตกผากล้วยไม้ เหวสุวัต

          หากใครที่ชื่นชอบการเที่ยวน้ำตก และชอบความสวยงามของดอกไม้ อีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวที่อยากจะแนะนำให้ลองไปเที่ยวกันดู นั่นก็คือ น้ำตกผากล้วยไม้ เหวสุวัต  ซึ่งน้ำตกแห่งในจะอยู่ในบริเวณพื้นที่ของอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่

สภาพของน้ำตกที่นี่โดยรอบแล้วจะเต็มไปด้วยต้นไม้น้อยใหญ่ ดังนั้นที่นี่จึงอากาศเย็นสบายไม่ร้อนเพราะได้ร่มเงาจากต้นไม้  สำหรับป่าในเขตน้ำตกผากล้วยไม้นี้จะเป็นลักษณะอากาศชื้นตลอดทั้งปี

สำหรับที่นี่นอกจากเราจะได้มาชมความงดงามของน้ำตกที่มีความสูงประมาณ 10 เมตรโดยจะมีน้ำไหลลงมากจากหน้าผาที่สูง โดยน้ำที่ไหลลงมาจะมีความเชี่ยวกราดตก ลงมากระทบกับหินซึ่งมีวางเรียงรายลดหลั่นกันไป ทั้งหินก้อนเล็กและใหญ่ และอีกหนึ่งความงามที่นักท่องเที่ยวที่มาที่นี่ต่างก็ประทับใจกันมากก็คือ กล้วยไม้ซึ่งจะออกดอกหลากหลายสีสัน 

และมีหลากหลายสายพันธ์ที่เมื่อเราเดินมาจะเห็นกล้วยไม้เหล่านี้ขึ้นตามหน้าผาและตามกิ่งไม้ ยิ่งหากนักท่องเที่ยวเดินทางมาเที่ยวที่น้ำตกผากล้วยไม้ในช่วงเดือนเมษายนแล้วละก็ จะเห็นดอกกล้วยไม้ พันธ์หวายแดงที่จะมีลักษณะของดอกเป็นช่อยาวยาวสีแดง เต็มบริเวณพื้นที่ป่าแห่งนี้เลยที่เดียว และยอดมีดอกไม้ชื่อแปลกที่จะขึ้นแทรกตามระหว่างหินและดิน

โดยเราจะพบเห็นดอกชนิดนี้ได้เฉพาะในช่วงฤดูฝน เรียกว่าดอกพิศวง สำหรับน้ำตกแห่งนี้นักท่องเที่ยวจะต้องใช้เวลาในการเดินทางเข้ามาเพื่อชมความงดงามของน้ำตกนานสักหน่อยโดยต้องเดินเท้าเข้ามาประมาณ 2 ชั่วโมง

ซึ่งการเดินทางเข้าไปเที่ยวชมน้ำตกผากล้วยไม้นั้น อากาศไม่ร้อนและได้ความร่นรื่นของต้นไม้และบรรยากาศเย็นสบายสามารถเดินสูดอากาศบริสุทธิ์เข้าไปได้เต็มปอด ซึ่งตลอดการเดินทางจะมีป้ายคอยบอกทางเพื่อไม่ให้นักท่องเที่ยวหลงป่า 

และหากใครที่ชอบศึกษาเกี่ยวกับธรรมชาติของป่า ต้นไม้และสัตว์ป่า มาที่นี่จะไม่ผิดหวังแน่นอน เพราะที่นี่เป็นป่าไม้ที่อุดมสมบูรณ์และเมื่อเดินทางไปถึงน้ำตกคุณก็จะพบกับสายน้ำใส เวลาเอามาจุ่มลงไปจะให้ความรู้สึกที่เย็นสบาย นักท่องเที่ยวที่เดินทางมาที่ผากล้วยไม้ส่วนใหญ่จะเน้นมาเดินป่าเพื่อชมความงดงามของป่ามากกว่าที่จะเน้นการมาเล่นน้ำตก

เพราะเมื่อมาถึงที่น้ำตกหลายคนก็มักจะนักพักผ่อนเพื่อชมความงดงามของน้ำตกแต่ไม่ค่อยจะลงเล่นน้ำกันสักเท่าไหร่ และหากอยากมาชมความอุดมสมบูรณ์ของป่ามากที่สุดและต้องการเห็นต้นไม้ ชนิดแปลกแปลกควรมาหน้าฝนแต่อาจจะต้องระวังตัวทาก เวลาเดินเท้าเข้ามาที่น้ำตกด้วย

สิ่งที่น่าสนใจและควรทำเมื่อไปเที่ยวโอซาก้าประเทศญี่ปุ่น

โอซาก้า หนึ่งในจังหวัดหลักสำคัญของประเทศญี่ปุ่นนอกจากกรุงโตเกียว

และยังเป็นจังหวัดที่คุ้มค่าที่จะไปท่องเที่ยวเมื่อมีแพลนจะไปทัวร์ประเทศญี่ปุ่นอีกด้วย เพราะโอซาก้าเต็มไปด้วยสถานที่ท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ วัฒนธรรมดั้งเดิม ให้นักท่องเที่ยวได้เรียนรู้ รวมไปถึงอาหารอันเลิศรส พิพิธภัณฑ์มากมาย แกลอรี่ศิลปะ และสวนสนุกที่สามารถใช้เวลากับครอบครัวหรือเพื่อนฝูงได้ แล้วในจังหวัดที่น่าหลงใหลแห่งนี้มีสิ่งที่น่าสนใจอะไรให้ทำบ้างมาดูกัน

  1. ไปเยี่ยมชมปราสาทโอซาก้า เป็นปราสาทที่สร้างมาตั้งแต่ ค.ศ. 1931 แต่เดิมมีบางส่วนของปราสาทถูกทำลายไปแต่ก็ได้มีการบูรณะใหม่จนแล้วเสร็จในหลายปีต่อมา ยิ่งไปกว่านั้นยังใช้แรงงานคนในการสร้างกว่า 100,000 คน ถึงแม้ว่าปราสาทโอซาก้าจะไม่ใช่แบบดั้งเดิมแต่ก็ยังเป็นปราสาทที่น่าประทับใจ เพราะมีสถาปัตยกรรมที่งดงามและภายในปราสาทยังเป็นพิพิธภัณฑ์ที่รวบรวมประวัติศาสตร์ของโอซาก้าที่มีถึง 8 ชั้นด้วยกัน
  2. ทัวร์พิพิธภัณฑ์คามิกาตะอุคิโยเอะ ถ้าอยากจะลองเรียนรู้เกี่ยวกับศิลปวัฒนธรรมในโอซาก้าแล้วล่ะก็ การมาที่พิพิธภัณฑ์แห่งนี้แล้วเรียนรู้เกี่ยวกับอุคิโยเอะแบบดั้งเดิม (งานศิลปะประเภทภาพพิมพ์จากบล็อคไม้)ก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือก ซึ่งเป็นทางเลือกที่เหมาะมากๆกับนักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบในการทำกิจกรรมเกี่ยวกับงานศิลปะ
  3. ชมความงามของศาลเจ้าสุมิโยชิ ศาลเจ้าสุมิโยชิเป็นศาลเจ้าที่มีชื่อเสียงและยังเป็นหนึ่งในศาลเจ้าแบบชินโตที่เก่าแก่ที่สุดไม่ใช่แค่ในโอซาก้าแต่ในประเทศญี่ปุ่นเลยทีเดียว ยิ่งไปกว่านั้นยังถือเป็นศาลเจ้าแบบชินโตที่สวยมากอีกด้วย เพราะรูปแบบโครงสร้างที่โดดเด่น ถึงแม้ศาลเจ้าแห่งนี้จะสร้างมานานกว่า 1,800 ปีแล้ว และภายในศาลเจ้ายังมีสวน สะพาน และบ่อน้ำ ให้เดินเล่นชมความงดงามได้อีกด้วย
  4. ออกไปเดินเล่นที่โดทงโบริและชินไซบาชิ นักท่องเที่ยวคนไหนเมื่อได้มาที่โอซาก้าแล้วล่ะก็ยังไงก็ต้องมาที่โดทงโบริและชินไซบาชิแน่นอน เพราะถือเป็นย่านที่ดีที่สุดในโลกเลยทีเดียว ที่โดทงโบริและชินไซบาชินั้นเต็มไปด้วยร้านอาหาร คาเฟ่ บาร์ และร้านค้ามากมายทั้ง ร้านเสื้อผ้า ร้านหมวก ร้านกระเป๋า ร้านเครื่องสำอาง ร้านขายยา ร้านหนังสือ หรือแม้แต่ร้านซีดี จะไปเดินเล่นตอนสายๆก็ดี บ่ายๆก็ดี หรือค่ำๆก็ไม่เลวเลยทีเดียว
  5. ดูสัตว์น้ำที่พิพิธภัณฑ์ไคยูคัง เป็นหนึ่งในพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น และภายในพิพิธภัณฑ์มีด้วยกันถึง 8 ชั้นที่จัดแสดงโชว์สัตว์น้ำมากมาย เช่น ฉลามวาฬ นาก ปลาโลมา เต่า และฯลฯ ที่พิพิธภัณฑ์ยังมีอุโมงค์ที่ยาวกว่า 9 เมตร ให้นักท่องเที่ยวได้ชมความสวยงามของสัตว์น้ำหลายชีวิตที่แหวกว่ายอยู่รอบๆตัว
  6. ลองกินอาหารท้องถิ่น โอซาก้าถือเป็นอีกจังหวัดที่ถือว่าเป็นสวรรค์ของอาหารเลยทีเดียวล่ะ โดยเฉพาะสำหรับนักท่องเที่ยวที่รักในการกิน โดยเมื่อมาถึงโอซาก้าแล้วยังไงๆทุกคนก็ต้องมากินโอโคโนมิยากิ หรือ แพนเค้กญี่ปุ่น และยังมี บัตเตระซูชิ ซึ่งก็คือซูชิอัดไม้ รวมไปถึง คุชิคาซึ ที่เป็นของเสียบไม้ทอด ที่ใครๆได้กินก็ชอบทุกคน นับเป็นอาหารท้องถิ่นที่ไม่ควรพลาดเลย

เที่ยวคนเดียวแบบวิถีคนโสด

เที่ยวคนเดียวแบบวิถีคนโสดเป็นอย่างไร

สำหรับในการท่องเที่ยวใช่ว่าเราจะต้องไปแบบเป็นกลุ่มหรือหมู่คณะเสมอไป เพราะการท่องเที่ยวก็คือการพักผ่อน ในขณะที่เรานั้นโสดอยู่อยากถามว่าใครจะไปเป็นเพื่อน เราเองเคยลองชวนเพื่อนไปเที่ยวกับเราแล้วนะปรากฏว่าบางคนแฟนก็ไม่ยอมให้ไป บางคนจะเอาแฟนไปด้วยแต่แฟนก็ไม่ว่างสักที และในบางคนก็ติดงานลาไม่ได้ ซึ่งเรานั้นก็มองว่าตัวของเราเองนั้นก็ไปคนเดียวได้ดิ จะต้องรอใครอีกละในเมื่อไม่มีใครว่างงั้นเราลองไปคนเดียวดูสักครั้งคงไม่เป็นไรหรอกมั้งว่าแล้วก็นึกแพลนเลยละกันไปไหนดี

สำหรับคนที่ยังไม่เคยไปไหนคนเดียวแล้วจะลองหัดไปดูบ้างนั้น ในครั้งแรกเราขอแนะนำอย่าไปที่ไกลจนเกินไป เพราะในความคิดกับชีวิตจริงมันอาจจะแตกต่างก็ได้ ซึ่งบางคนที่ไม่เคยไปไหนมาไหนคนเดียวอาจจะมีความคิดที่กลัวก็ได้เช่นกันดังนั้นควรเลือกใกล้ๆก่อนก็ดีนะ

ทริปท่องเที่ยวกาญจนบุรีด้วยวิธีคนโสด

ก่อนอื่นเลยเราจะต้องเดินทางไปที่สถานีรถไฟเพื่อทำการเดินทาง ซึ่งนั้นก็คือสถานีธนบุรี ซึ่งเรานั้นจะต้องเดินทางผ่านเส้นนี้สำหรับคนที่ไม่เคยเดินทางแนะนำให้มองหน้าต่างนะจะได้นั่งไปมองวิวไปด้วยจะได้ไม่เบื่อ สำหรับการนั่งรถไฟนั้นจะมีคนขายอาหารด้วยและขอบอกว่าราคาไม่แพงอย่างที่เราคิดนะจ๊ะ นั่งไปเรื่อยๆมองข้างทางเผลอแปปเดียวก็ถึงกาญจนบุรีแล้ว ใช้เวลาเพียงแค่ 2-3 ชั่วโมงในการเดินทางเอง เร็วกว่าที่คิดเนอะ

ที่กาญนั้นมีนักท่องเที่ยวเยอะเหมือนกันนะส่วนใหญ่จะเป็นชาวต่างชาติด้วย ถือว่าเจอประสบการณ์ใหม่พอตัวเลยแหละยิ่งคนที่ไม่เคยมาอย่างเรานี้คงจะรู้สึกตื่นเต้นไม่น้อยอาจจะเยอะกว่าเราก็ได้นะอ่อต้องบอกว่าหากเราจะไปนอนค้างคืนที่กาญจะต้องทำการจองที่พักเสียก่อนนะจะได้ไม่เสียเวลาเพราะหากเดินหาที่พักคงรู้สึกแย่ไม่น้อยตัวคนเดียวในเมืองกาญหรืออาจจะเปิดแอพต่างๆเพื่อเป็นการจองที่พักก็ได้นะเพราะมันมีให้เลือกจองแล้วจะได้ไม่เสียเวลาในการท่องเที่ยวดังนั้นหากสำหรับคนที่เดินทางไปกลับก็ต้องรีบหน่อยนะเดียวจะค่ำเอา เพราะมุมในการถ่ายรูปส่วนใหญ่นั้นสวยงามอยู่เยอะเหมือนกัน แต่สำหรับบุคคลที่มานอนค้างที่นั้นล่ะก็ยังมีเวลาอีกเยอะเพราะสถานที่ท่องเที่ยวของกาญมีเยอะจริงๆแถมในเวลากลางคืนก็มีผับหรือร้านนั่งชิวๆให้พักผ่อนลองเปลี่ยนบรรยากาศเที่ยวต่างถิ่นดูบ้าง ดูการใช้ชีวิตของคนอื่นและดูในการเลือกเดินทางในแต่ละสถานที่ดูสิว่ามันจะสนุกแค่ไหน