เที่ยวใกล้กรุงเทพแบบชิวๆ

สำหรับพิกัดใกล้กับกรุงเทพที่มีสถานที่ไว้ให้เล่นน้ำแบบสุดฟินนั้นเราจะต้องพูดถึงสถานที่เหล่านี้อย่างแน่นอน เพราะมันหนีไม่พ้นกับ เฟื่องฟ้าแสงมณีรีสอร์ทที่เป็นที่พักพร้อมกับสวนน้ำที่เป็นขนาดย่อม และยังมีสีสันที่สดใสมาพร้อมกับสไลสเด้อให้เรานั้นได้สไลท์เล่นกันอย่างสนุกสนานอย่างจุใจ และนอกจากนั้นยังมีกิจกรรมทางน้ำให้แก่ลูกค้าที่เข้ามาพักได้เล่นกันอย่างสนุกสนานไม่ว่าเป็นเรือพยักหรือล่องเรือยาง แถมบริเวณรอบๆก็ยังมีจุดที่ร่มรื่นน่าเดินทางไปถ่ายรูปอีกเพียบ

หากใครที่ไม่ได้เข้ามาพักที่นี่แต่อยากที่จะแวะมาเล่นน้ำก็สามารถทำได้นะคะเพราะว่ามีการเก็บค่าเข้าเพียงแค่คนละ 20 บาทเพียงเท่านั้นแต่ก็สามารถเล่นน้ำได้ตั้งแต่เช้าจนค่ำ นั้นก็คือเวลาตั้งแต่ 9.00 น.- 17.00 น. เลยแหละคะจะเรียกได้ว่าถ้าหากไม่เหนื่อยหรือยังไม่เปื่อยก็ยังไม่ต้องกลับกันเลยทีเดียว

สำหรับสถานที่แนะนำอีกแห่งนั้นก็คือ Ardea Resort pool villa อัมพวา เพราะว่าที่นี่นอกจากจะมีเรื่องขึ้นชื่อเกี่ยวกับตลาดน้ำแล้วโดยตลาดน้ำนั้นจะมีของกิน ของฝาก ให้เรานั้นได้ไปเลือกช้อปปิ้งกันอย่างจุใจนอกจากนั้นยังมีที่พักที่แสนจะชิวให้เราได้เข้าไปพักอีกด้วย โดยเฉพาะใครก็ตามที่ชอบสถานที่ที่มีสระว่ายน้ำด้วยแล้วละก็ขอแนะนำสถานที่แห่งนี้เลยจ้า เพราะมันเป็นที่พักที่ต้องบอกว่าถึงแม้ว่าจะไม่ได้อยู่ติดกับริมแม่น้ำของอัมพะวาและละก็แต่ก็เดินเพียงแค่ไม่กี่ก้าวเท่านั้น ก็ถึงแม่น้ำแล้วแหละ

สำหรับที่พักนี้บริเวณโดยรอบนั้นเป็นที่พักเก๋ๆและยังมีสระว่ายน้ำผ่านหน้าห้องทุกหลังด้วยกันเลยนะ เพราะเพียงแค่ท่านเปิดประตูออกมาก็สามารถที่จะเล่นน้ำได้ในทันทีหรือถ้าหากใครที่ต้องการเดินทางไปเที่ยวกับตลาดน้ำของอัมพะวาแล้วละก็สามารถทำได้ง่ายๆเพียงแค่ใช้เวลาในการเดินไม่กี่นาทีก็ถึงแล้วแหละ

และสถานที่ต่อไปที่เราจะนำมาฝากนั้นก็คือ Somewhere Koh Sichang สำหรับที่นี่สามารถมาเที่ยวในวันหยุดได้ชิวๆเลยโดยที่แห่งนี้อยู่บนเกาะสีชัง โดยเป็นโรงแรมที่เป็นขนาดไม่ใหญ่นักแต่สำหรับการบริการนั้นต้องบอกว่าไม่แพ้กับการบริการของโรงแรมระดับ 5 ดาวเลยนะเพราะพวกเขานั้นมีการใส่ใจทุกรายละเอียดเลยจริงๆ ทางด้านของการตกแต่งโรงแรมนั้นก็เป็นการตกแต่งงานด้วยสไสต์โคโลเนียว โดยการใช้โทนสีที่เป็นสีขาวและสีฟ้าที่เข้ากับบรรยากาศที่เป็นริมทะเล และไฮไลท์ของมันก็คือสระว่ายน้ำที่มีการแบ่งแยกระหว่างสระของเด็กและสระของผู้ใหญ่โดยที่สามารถเล่นได้อย่างสะใจกันไปเลย แถมเดินทางไม่ทะเลเพียงแค่ไม่กี่นาทีก็ถึงแล้ว

 

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  dewabet

เดินทางท่องเที่ยวจังหวัดกระบี่ ชมจุดชมวิว ณ วัดถ้ำเสือ

ในการเดินทางที่เป็นตัวคนเดียวบนเส้นทางที่เป็นทางเลือกสำหรับนักเดินทางซึ่งไม่ว่าเรานั้นจะเดินทางด้วยเหตุผลอะไรก็ตามแต่สำหรับผลลัพธ์จากการเดินทางที่เรานั้นจะได้รับกลับมาอย่างน้อยก็น่าจะทำให้เราได้สัมผัสทางด้านของความหมายที่เป็นของชีวิตโดยสำหรับช่วงหนึ่งของการเดินทางนั้นผมได้ทำการเดินทางเข้าสู่จังหวัดกระบี่ที่เป็นช่วงเวลายามเช้าของวันนั้น

สำหรับวันนั้นถือได้ว่าเป็นวันจันทร์ที่มีหลายคนได้เดินทางเพื่อออกไปเป็นการทำงานแต่ส่วนตัวของผมแล้วผมได้เดินทางเข้าสู่จังหวัดกระบี่ถือได้ว่าเป็นประสบการณ์สำหรับครั้งแรกของผมที่เคยเดินทางมาสำหรับที่แห่งนี้ประมาณน่าจะ 2-3 วันถึงแม้ว่ามันจะเป็นเวลาที่ไม่น้อยเลยแต่มันก็ถือได้ว่าไม่ได้มากจนเกินไป

ในการทำความรู้จักเกี่ยวกับจังหวัดกระบี่นี้ผมมองว่าจังหวัดกระบี่นั้นเต็มไปด้วยสถานที่ท่องเที่ยวซึ่งถือได้ว่าทริปนี้ของผมนั้นผมมองว่าวัดถ้ำเสือเป็นจุดมุ่งหมายแห่งการเริ่มต้นในการเดินทางสำหรับทริปแรกของผมเลยจะเห็นได้ว่าการเดินทางครั้งนี้มันอยู่ไม่ไกลจากสนามบินของกระบี่ค่อยนักผมจึงทำการเดินทางโดยนั่งรถเมล์ซึ่งได้นั่งจากสนามบินจากนั้นก็นั่งต่อมอเตอร์ไซค์รับจ้างเพื่อเป็นการเดินทางเข้าไปสู่วัดแบบง่ายๆ

จะเห็นได้ว่าวัดถ้ำเสือนั้นเป็นวัดที่ค่อนข้างเก่าแก่ซึ่งในอดีตนั้นน่าจะเคยมีเสือได้มาอยู่อาศัยจึงทำให้ชาวบ้านในละแวกนั้นมักมีการได้ยินเสียงของเสือที่มีการคำรามอย่างดังและเสียงเหล่านี้จะอยู่บริเวณรอบๆปากถ้ำแต่ทว่าในอดีตนั้นก็เริ่มจะมีพระภิกษุและยังมีแม่ชีที่เริ่มเข้ามานั่งสมาธินอกจากนั้นยังมานั่งปฏิบัติธรรมในบริเวณถ้ำแห่งนี้อีกด้วยดังนั้นวัดแห่งนี้จึงมีการเรียกขานเกี่ยวกับวัดว่าวัดถ้ำเสือ

ในการเดินทางมายังวัดถ้ำเสืออันนั้นสำหรับผมแล้วคงไม่ใช่การเดินทางมาไหว้พระหรือมาเพื่อเป็นการสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั่วๆไปแต่ผมมองว่าการเดินทางมาเห็นถ้ำเสือกับตาของผมเองคงเป็นสิ่งที่น่าสนใจและประทับใจของผมอยู่ไม่น้อยเลยเนื่องจากบรรยากาศรอบๆถ้ำนั้นเงียบสงบและแทบไม่มีกลุ่มคนมีเพียงแค่บรรดานักท่องเที่ยวที่เหมือนกับผมเดินเข้าไปในลักษณะเดียวกับผมนั่นเองการเดินเข้าไปนั้นยิ่งลึกผมก็ต้องหยุดและพยายามเงียบที่สุดเพราะว่าภายในนั้นจะมีกลุ่มคนที่เข้ามาปฏิบัติธรรมนั่งอยู่อย่างเงียบจนผมไม่กล้าเสียงดังหรือแม้แต่จะหายใจแรงๆ

สำหรับวัดถ้ำเสือที่ใครต่อใครรู้จักกันเป็นอย่างดีนั้นคงจะเป็นจุดที่เอาไว้ชมวิว 360 องศาโดยมันจะอยู่สูงเจ็บมากๆของวัดแห่งนี้และการจะขึ้นไปยังจุดชมวิวนั้นจะต้องเดินทางโดยบันไดด้วย 1237 ขั้นซึ่งถือได้ว่าเป็นจุดของนักเดินทางที่ต้องการมาที่แห่งนี้ซึ่งตัวผมเองนั้นก็ไม่ได้เคยขึ้นบันไดมากไปกว่า 1,000 มาก่อนผมคิดเองนะว่าหลายๆคนนั้นก็คงเดินทางไปได้เพียงแค่ครึ่งทางเพียงเท่านั้นสำหรับสิ่งที่บอกได้เป็นอย่างดีว่าการเดินทางขึ้นไปยังจุดชมวิวแห่งนี้จะต้องอาศัยเกี่ยวกับความอดทนและความพยายามเป็นอย่างมากเพราะสำหรับตัวผมเองนั้นเดินทางเพียงได้ครึ่งทางก็รู้สึกถึงอาการเมื่อยล้า

คุณเคยประสบปัญหากับการท่องเที่ยวคนเดียวหรือเปล่า

คุณนั้นเคยประสบปัญหาในการออกไปท่องเที่ยวคนเดียวแล้วคนรอบตัวคุณไม่เข้าใจหรือเปล่า หลายคนที่เป็นคนนอกในเรื่องนี้อาจจะมองว่าแบบการท่องเที่ยวสำหรับคนเดียวนั้นเป็นเรื่องแปลกอยู่นะ แต่ในความเป็นจริงแล้วถ้าคุณได้ลองเข้ามาอยู่ในโลกของการที่เป็นแบบท่องเที่ยวคนเดียวแล้ว คุณจะพบว่ายังมีอีกหลายๆคนนั้น ที่ทำการเดินทางมาท่องเที่ยวคนเดียวเหมือนเช่นดั่งกับคุณ

ซึ่งอันที่จริงแล้วสำหรับเรานั้น เรามีความคิดว่ามันดูค่อนข้างที่จะเหมือนแนวโรแมนติกดีออก สำหรับในการเดินทางออกไปท่องเที่ยวคนเดียว สำหรับในบางเวลาที่เรารู้สึกว่าเราควรที่จะลองออกไปเพื่อเป็นการค้นพบหรือค้นหาในหลายๆสิ่งหลายๆอย่างที่เรานั้นยังไม่เคยได้ไปสัมผัส ที่เป็นในชีวิตของเราสักครั้งหนึ่ง

ซึ่งแน่นอนอยู่แล้วว่าในการท่องเที่ยวที่เป็นแบบคนเดียวนั้นสำหรับการท่องเที่ยวมันก็จะให้อะไรที่เป็นรูปแบบที่แตกต่างจากการท่องเที่ยวที่เป็นรูปแบบในหมู่คณะหรือแบบกลุ่มซึ่งมันเป็นความรู้สึกเหมือนกับว่า เด็กคนหนึ่งที่ทำการย้ายโรงเรียนเข้ามาใหม่ โดยในวันเปิดเทอมวันแรก มันจะมีความรู้สึกที่มีความสุขและก็จะมีความรู้สึกที่เป็นการประมาท ไม่ว่าจะเป็นกี่ครั้งก็ตามที่เรามีความนึกย้อนกลับไปในช่วงเวลานั้น

ซึ่งทำให้เรารู้ได้ว่ามันคือก้าวสั้นๆที่เรานั้นได้ทำการก้าวออกมาจากกรอบสี่เหลี่ยมแบบเดิมๆ เล็กๆที่เราเคยอยู่ ที่เป็นความเคยชิน

สำหรับคำว่าเหงาจึงต้องออกมาเที่ยวคนเดียวเรามีความรู้สึกว่ามันไม่น่าที่จะใช่สิ่งที่ถูกและก็ไม่น่าจะใช่สิ่งที่ผิดในเวลาเดียวกัน แต่สิ่งที่เรานั้นจะได้รับในการเดินทางไปท่องเที่ยวคนเดียวนั้น ก็น่าจะเป็นความรู้สึกที่มีความกระตือรือร้น ในทุกๆครั้งที่มีการออกเดินทางไปในที่ใหม่ๆ ในแต่ละทริปมากกว่า

ซึ่งคุณอาจจะเริ่มต้นด้วยความเหงาเป็นการเริ่มต้นในการเดินทางแต่สิ่งที่คุณจะได้กลับมานั่นมันก็คือความท้าทายในการเดินทางท่องเที่ยวของคุณนั่นแหละ

บางคนอาจจะมีการหลบภัยในการท่องเที่ยว เพื่อเป็นการปิดความเหงาของคุณนั้นเอง แต่นั่นมันก็ไม่ได้หมายความว่า ในการท่องเที่ยวคนเดียวนั้นมันจะเป็นการรักษาในรูปแบบที่เป็นความเหงาของเราได้อย่างเป็นการถาวร

ดังนั้นในการท่องเที่ยวคนเดียวเราจะมีความคิดว่ามันคือคนละเรื่องกับความเหงานั่นเอง ซึ่งเรามองว่ามันคือเสน่ห์และมันเป็นการท่องเที่ยวเพื่อการเรียนรู้หรือท่องเที่ยวเพื่อความสุขในชีวิต

การท่องเที่ยวในมุมมองของเรานั้นเรามักจะอยากและต้องการเรียนรู้กับสิ่งใหม่ๆอยู่เสมอ ดังนั้นในการท่องเที่ยวคนเดียวจึงเป็นสิ่งที่ไม่ยากสำหรับเรานั่นเอง เพราะว่าสิ่งที่คุณยังไม่รู้จักที่อยู่บนโลกใบนี้นั้น ยังมีอีกอยู่มากมายเพื่อให้เราได้เดินทางไปสัมผัสกับมัน

แหล่งชอปปิ้งสยามพารากอน

อควาเรี่ยมใจกลางกรุงเทพแหล่งชอปปิ้งสยามพารากอน

ใครๆก็คงจะเคยไปเที่ยวสวนสัตว์ธรรมดาธรรมดากันบ้างแล้วคราวนี้เรามาดูสวนสัตว์สำหรับสัตว์น้ำกันบ้างดีกว่าหรือที่เรียกว่าอควาเรียมนั่นเองค่ะใครที่อยากไปสวนสัตว์สำหรับสัตว์น้ำแต่ไม่ต้องการที่จะเดินทางไกลก็แค่ขับรถหรือนั่งรถไฟฟ้าไปที่สยามพารากอนแค่ไปที่นี่คุณก็สามารถที่จะพบกับสัตว์น้ำหลายๆนานาชนิดอควาเรียมที่สยามพารากอนแห่งนี้อยู่ที่ชั้นล่างสุดและวันนี้ทางเว็บ rb88  ของเราจะมาเล่าถึงประสบการณ์การเที่ยวอควาเรียมของฉันค่ะเรามาดูกันว่าจะมีอะไรกันบ้าง

ในอควาเรียมที่สยามพารากอน มาถึงเราก็ต้องทำการซื้อตั๋วให้สำหรับจำนวนคนที่เราจะเข้ามาราคาตั๋วก็ถือว่าไม่แพงมากแล้วก็เรียกได้ว่าไม่ถูกและไม่แพงดังนั้นก็คือราคาปานกลางพอดีพอดีคนซื้อได้หลังจากที่ทำการซื้อตั๋วเข้าอควาเรียมเสร็จเราก็เดินทางเข้าไปในอควาเรียมเลยที่ฉันเห็นในการเดินเข้าไปก็คือเหล้าม้าน้ำตัวเล็กๆทั้งหลายอยู่ในตู้หลายๆตู้หลายๆนานาชนิดวางเรียงรายกันเต็มไปหมด

จนฉันเลือกดูไม่ได้ก็จะเลือกดูอันไหนก่อนดีตัวสวยๆน่ารักๆทั้งนั้นหลังจากที่ฉันดูม้าน้ำครบทุกสายพันธุ์ครบทุกตัวฉันก็เดินต่อไปและพบกับปลาหมึกยักษ์ในตอนแรกฉันมองไม่เห็นแต่อ่านป้ายก็เห็นว่ามันคือตู้ของปลาหมึกยักษ์อยากให้ป้ายังบอกว่าปลาหมึกยักษ์ตัวนี้สามารถอำพรางตัวได้เก่งมากฉันน้องสาวและพ่อแม่ของฉัน

ซึ่งกวาดสายตามองหาปลาหมึกพวกตู้ของปลาหมึกยักษ์เมื่อมองไปสักพักก็พบว่าปลาหมึกยักษ์กำลังแสงตัวอยู่ตรงซากเรือของเล่นนั่นเอง หลังจากที่เราดูการยักจนพอใจแล้วเราก็เดินต่อไป หลังจากนั้นเราก็พบกับตู้ปลาตู้หนึ่งในตอนแรกเราไม่เห็นอะไรแต่เมื่ออ่านป้ายก็เห็นว่าเจ้าของตู้แห่งนี้ก็คือปลายนั่นเองค่ะ

ฉันน้องสาวและครอบครัวของฉันก็กวาดสายตามองหาอีกครั้งและน้องสาวฉันก็ตะโกนขึ้นมาว่าเจอแล้วจากนั้นเราก็หินตาหินอยู่ตรงนั้นกำลังแหวกว่ายอยู่พวกเราชอบใจมากแต่ก็รู้สึกว่ามันเหมือนกับหินจริงๆหลังจากที่เราดูปลาหินจนพอใจเราก็ไปดูอย่างอื่นต่อนอกจากเราจะเดินดูสัตว์ใต้น้ำนานาชนิดแล้วที่นี่ก็มีกิจกรรมอีกกิจกรรมหนึ่งคือการที่พนักงานแจกให้ตอนซื้อตั๋วให้เราตรงจุดตามชั้นต่างๆของแต่ละโซนเมื่อตอนแสตมป์ครบถ้าโชคดีจะลุ้นได้ของรางวัลกลับมาดูว่าเราจะไรบ้างดีกว่า หลังจากนั้นเมื่อเราเดินมาสักพักเราก็เห็นสะพานมองไปที่สะพานไม้มองไปข้างล่างก็จะพบว่ามีฉลามหลายตัวว่ายอยู่ด้านล่าง

เราตกใจมากจึงรีบพากันเดินต่อไปเมื่อมาถึงก็มีเรื่องให้เราต้องใจอีกครั้งก็คือมีงูอยู่ในตู้เย็นตรงหน้าเราพวกเราตกใจมากหลังจากนั้นเมื่อเดินไปสักพักเราก็พบกับโซนขายกับข้าวแต่ก็ไม่รู้ว่ากับข้าวที่นี่อร่อยไหมนะคะเพราะว่าไม่ได้ชิมกลับมาเข้าเรื่องหลังจากนั้นเมื่อเราเดินต่อไปเราก็พบกับอุโมงค์ซึ่งในอุโมงค์นั้นจะมีฉลามแบบว่าอยู่เต็มไปหมด

ซึ่งจะมีฉลามหลายๆนานาชนิดยกตัวอย่างเช่นฉลามหัวค้อนและฉลามธรรมดาได้ยังมีฉลามอีกหลายสายพันธุ์สำหรับใครที่อยากจะเซฟเงินก็แค่ดูฉลามที่ใต้อุโมงก็ได้ค่ะแต่ถ้าเกิดว่าใครต้องการสัมผัสบรรยากาศใกล้ชิดกับฉลามมากกว่านั้นก็ต้องจ่ายเงินเพิ่มเพื่อที่จะนั่งเรือตรงที่มีฉลามในวันนั้นเราต้องการที่จะใกล้ชิดกับฉลามฉันขอร้องให้พ่อจ่ายเงินให้เราไปดูสนามอย่างใกล้ชิดซึ่งพ่อก็ตกลงพี่จะจ่ายเงินให้หลังจากนั้นทั้งครอบครัวก็เลยนั่งเรือ

ซึ่งก็พบว่ามีฉลามหลายๆน่าชนิดอยู่ตรงนั้นจะมองไปใจก็กลัวไปแต่ก็รู้สึกสนุกดี และก่อนที่เราจะออกจากอควาเรี่ยมเราก็แวะไปดูโชว์ฉลามคือจะมีพนัะกงานคนหนึ่งเข้าไปในบ่อหรือที่เรียกว่าตู้ฉลามและพนักงานคนนั้นก็ให้อาหารฉลามแบบไม่กลัวเลยสักนิดเวลาที่ฉลามมาใกล้ๆและหลังจากนั้นสุดท้ายเราก็ไปดูแพนกวินที่แสนจะน่ารักเหล่าแพนกวินว่ายน้ำในตุ็ปลายักษ์อย่างมีความสุขพร้อมกับจับปลากินเราได้ดห็นตอนที่แพนกวินคลอดลูกและได้เห็นไข่ของแพนกวินหลังจาดนั้นพวรเราก็กลับบ้านไปพร้อมกับความรู้ใหม่ๆเกี่ยวกับสัตว์น้ำ ลองไปดูกันนะคะ 

เปิดภาพเมืองภูเก็ตที่แสนว่างเปล่าไร้เงานักท่องเที่ยว

เราเชื่อว่าหลายๆที่ต่างก็พอรู้กันอยู่แล้วว่ามีการปิดเมืองหลายๆเมืองเป็นที่เรียบร้อยแล้วและจังหวัดของภูเก็ตก็เช่นกันที่มีคำสั่งให้ทำการล็อคดาวเพื่อเป็นการปิดเมืองของเมืองภูเก็ตเพราะอย่างที่รู้กันดีว่าจะต้องเป็นการปิดเมืองเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโคลิค 19โดยจังหวัดภูเก็ตนั้นได้ทำการปิดเป็นที่เรียบร้อยแล้วโดยมีการถ่ายรูปต่างๆในตอนนี้ซึ่งมองดูแล้วเป็นภาพที่ว่างเปล่าไร้นักท่องเที่ยวออกมาสู่กระแสของโลกโซเชียล

ทำให้น่าสลดใจยิ่งนักเนื่องจากอย่างที่เรารู้กันดีว่าจังหวัดภูเก็ตเป็นจังหวัดที่เรียกได้ว่าไม่เคยได้หลับได้นอนกันเลยเพราะมีการคืนก็อยู่ตลอดเวลาไม่ว่าจะเป็นกลางวันหรือกลางคืนก็ตามแต่ก็ไม่น่าเชื่อว่าจังหวัดที่เราเห็นว่ามีการเดินทางท่องเที่ยวกันทั้งวันทั้งคืนอย่างนี้จะเงียบสงบไร้ผู้คนอย่างทุกวันนี้ดูแล้วกลายเป็นเมืองที่เงียบเหงามากเลยแหละ

จากสถานที่ที่เราคุ้นเคยหรือคุณตากันเป็นอย่างดีโดยมีการคึกครื้นอยู่ตลอดเวลากลายเป็นสภาพที่เงียบเหงาไร้ผู้คนดูแล้วน่าหดหู่ใจจริงนะแต่ความสวยงามของมันโดยธรรมชาติของมันนั้นทำให้ถ่ายรูปออกมาแล้วมีความสวยงามแบบเงียบสงบไปอีกแบบหนึ่งในมุมหนึ่งของการถ่ายภาพต่างๆเกี่ยวกับสถานที่ของจังหวัดภูเก็ตที่มีคนคืนในช่วงก่อนที่จะปิดหน้านี้ทำให้ได้เห็นว่าเป็นเมืองที่มีผู้คนพลุกพล่านมากทำให้เรียกว่าเป็นเมืองท่องเที่ยวอีกสถานที่หนึ่งของประเทศไทยของเรานั่นเอง

ซึ่งมาในขณะนี้รวมแล้วแต่ไม่ต่างอะไรกับสถานที่ล้างเลยก็ว่าได้มองไปรอบข้างบรรยากาศดูแล้ววังเวงชอบกลจากที่คนพลุกพล่านอยู่ๆก็คนก็หายวับไปกับตาการเดินมองดูไปรอบๆทำให้คิดถึงสภาพบรรยากาศเก่าๆที่มีคนพลุกพล่านเหลือเกินเรามองว่าวันนี้มองสิ่งไหนหรือไปแถวไหนก็จะเห็นได้ว่ามันค่อนข้างที่จะน่าใจหายเหมือนกัน

การเดินทางบนท้องถนนนั้นแทบจะไม่มีรถเลยก็ว่าได้เราเชื่อว่าสักวันหนึ่งประเทศของเราหรือประเทศข้างเคียงของเราจะกลับมาเป็นเหมือนเดิมอย่างที่เคยเป็นหันไปทางไหนก็เจอแต่นักท่องเที่ยวหรือคนในประเทศเดินกันให้คึกครื้นมีเสียงหัวเราะต่างๆมากมายหรือหันไปทางไหนก็เจอแต่ผู้คนมาถ่ายรูปเยี่ยมชมกับสถานที่ของเราหวังว่าวันนั้นคงจะมาถึงเร็วๆนี้

สำหรับสถานที่ท่องเที่ยวอื่นๆก็คงไม่ต่างอะไรกับจังหวัดของภูเก็ตนี้ที่เงียบเหงาไปด้วยผู้คนและเอาจริงๆแล้วเราก็ควรทำตามที่มีการประกาศอย่างเคร่งครัดเพื่อที่จะป้องกันเชื้อโรคให้หมดไปโดยเร็วและหวังว่าสถานที่ต่างๆที่เคยคืนจะกลับมาคืนเร็วๆนี้นะคะ

เศรษฐกิจอย่างนี้ควรไปเที่ยวดีหรือไม่

การไปเที่ยวถือได้ว่าเป็นการพักผ่อนชนิดหนึ่งและรูปแบบหนึ่งดังนั้นการไปท่องเที่ยวคือได้ว่าไม่ใช่เรื่องเลวร้ายอะไรสำหรับเศรษฐกิจเหล่านี้แต่เป็นการพักผ่อนหรือคนไทยให้เราได้คลายเครียดนั้นเองจะเห็นได้ว่าคนทั่วไปมักจะมองว่าการไปเที่ยวมักจะเป็นการใช้เงินสะส่วนมาก ดังนั้นหากเจอกับภาวะเศรษฐกิจอย่างนี้ควรจะเก็บเงินไว้จะดีกว่าแต่จะมองว่าในการท่องเที่ยวนั้นก็บางสถานที่ก็ไม่จำเป็นที่จะต้องใช้เงินมากมายเท่าไหร่นะดังนั้นการไปเที่ยวบริเวณรอบๆใกล้ๆที่เราอยู่นั้นก็ถือได้ว่าเป็นการท่องเที่ยวเช่นเดียวกันไม่จำเป็นที่จะต้องเดินทางไกลแม้แต่น้อย

ที่จริงเศรษฐกิจไม่ดีเราก็ควรที่จะเซฟเงินไว้น่าจะดีกว่าแต่ว่าการไปเที่ยวแถวบ้านหรือบริเวณสถานที่ที่เราอยู่นั้นถือได้ว่าเป็นการท่องเที่ยวเช่นเดียวกันและมันก็ไม่ได้เสียหายอะไรหากทำให้คุณคลายเครียดได้ก็ควรไปแต่ก็อย่าลืมว่าในช่วงขณะนี้มีเชื้อไวรัสระบาดดังนั้นการไปเที่ยวจึงควรระงับไว้น่าจะดีกว่าถือว่าเป็นการเติมเงินในตัวก็ได้นะ

หลายคนอาจจะบ่นเกี่ยวกับเรื่องการท่องเที่ยวอย่าไปนั่นอยากเป็นหนี้ในเวลาขณะนี้ในใจเศรษฐกิจที่มันแย่ๆและมีโรคระบาดต่างหากดังนั้นใครก็ตามที่คิดอยากจะเที่ยวในขณะนี้หากคุณไม่ทำให้ใครเดือดร้อนก็ไม่เป็นไรแต่คุณก็ควรคิดถึงเกี่ยวกับโรคระบาดที่กำลังแพร่กระจายในขณะนี้โดยคุณไม่ควรเอาตัวเองเข้าไปเสี่ยงในสถานที่ต่างๆที่ก่อให้เกิดโรคระบาดแต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าสถานที่บริเวณแถวบ้านของคุณนั้นจะมีแต่โรคระบาดดังนั้นหากคุณไปเที่ยวใกล้ๆแถวนั้นก็ควรที่จะเซ็ตตัวเองโดยการใส่หน้ากากและทำตัวให้สะอาดอยู่ตลอดเวลาหรือล้างมืออยู่ตลอดเวลาเพื่อเป็นการเซฟอย่างใดอย่างหนึ่งแต่ไม่ควรที่จะเดินทางไปไกลหรือยังเข้าไปอยู่ในสถานที่เสี่ยงแต่อย่างใดหรือทหารคุณเป็นบุคคลที่เสียแล้วก็ไม่ควรที่จะออกไปเพื่อที่จะให้คนอื่นได้รับเชื้อโรคจากคุณเช่นกัน

เอาเป็นว่าง่ายๆเลยนะจะคิดแยกแต่ก็อยากเที่ยวก็เที่ยวได้แต่น่าจะต้องดูด้วยว่าสถานที่เหล่านั้นทำให้คุณหรือคนละข้างเดือดร้อนหรือไม่แต่ก็ไม่ควรที่จะเดินทางไปไกลอย่างแน่นอนเพราะว่านอกจากเงินทุนไม่มีแล้วยังเป็นอันตรายต่อการเกิดโรคต่างๆที่กำลังระบาดในขณะนี้อีกด้วยดังนั้นการเที่ยวบริเวณแถวบ้านหรือชมบรรยากาศริมแม่น้ำข้างบ้านก็ไม่ได้เลวร้ายอะไรมากนะโดยเฉพาะอย่างยิ่งไปในสถานที่ที่ไม่มีใครอยู่ใกล้ๆหรือไม่มีผู้คนทุกท่านก็จะเป็นการดีที่สุดดังนั้นการชมบรรยากาศที่ดีที่สุดคือการชมบรรยากาศที่อยู่ที่ไหนก็ได้ที่ทำให้คุณผ่อนคลายได้แต่ก็ไม่ทำให้คนอื่นเดือดร้อนเอง

อยากเที่ยวแต่ไม่มีเงินทำยังไงดี

จะเห็นได้ว่าสำหรับเรื่องเงินนั้นถือได้ว่าเป็นปัญหาสำคัญสำหรับวัยรุ่นหรือวัยต่างๆที่ต้องการจะไปท่องเที่ยวซึ่งจะเห็นได้ว่าคนส่วนใหญ่มักจะไม่เก็บเงินแล้วรอไปเที่ยวทีเดียวเพราะมันคงเป็นปัญหาที่คาราคาซังไปอีกนานเลยกว่าแต่ละคนนั้นจะเก็บเงินได้ก็ถือได้ว่าเป็นเรื่องที่ยาวนานทำให้การท่องเที่ยวต้องหยุดชะงักไปอย่างแน่นอน

โดยส่วนใหญ่มักจะคิดว่าจะรอเก็บเงินอยู่คงไม่ได้ไปแน่หรืออาจจะได้ไปอีกทีก็ตอนแก่ๆเลยก็ว่าได้ ดังนั้นสำหรับการไปเที่ยวแล้วควรที่จะไปในขณะที่ทำงานอยู่หรือมีกำลังทรัพย์เพียงน้อยนิดก็สามารถไปได้เช่นกัน

สำหรับใครที่มีความต้องการอยากออกเดินทางท่องเที่ยวแต่ก็ยังมีงบไม่น้อยซึ่งจะเห็นได้ว่าการทำงานระหว่างทริปสามารถเป็นการช่วยได้ดีเลยอ่ะโดยถ้างั้นอาจทำประกันไป จะแบ่งเป็นการเที่ยว 1 เดือนทำงาน 1 เดือนแล้วแต่ความสะดวกสำหรับตัวของท่านเองโดยหลักการเหล่านี้เหมาะกับคนที่มีแรงและมีเวลา

การทำงานที่สามารถทำให้คุณท่องเที่ยวได้นั่นก็คืองานฟรีแลนซ์ถ่ายรูปขายนักเขียน Blogger น่ะซึ่งงานเหล่านี้คือเรียกว่าสามารถเดินทางไปด้วยและท่องเที่ยวไปด้วยได้ในระหว่างทางแถมยังเป็นการเก็บเกี่ยวประสบการณ์ในการท่องเที่ยวนั้นด้วย

การเดินทางท่องเที่ยวในไม่จำเป็นที่จะต้องใช้เงินแพงแต่ควรที่จะมีหลักในการท่องเที่ยวมากกว่าสิ่งต่างๆล้วนอยู่ที่การวางแผนหากคุณมีการวางแผนที่ดีการท่องเที่ยวนั้นก็จะเป็นการท่องเที่ยวที่สามารถไปได้ไกลและใช้เงิน เพื่อการวางแผนในสถานที่เที่ยวในแต่ละที่นั้นจะเห็นได้ว่าสิ่งเหล่านั้นล้วนมีการเดินทางการวางแผนที่พักหรือรายจ่ายในการกินต่างๆการคำนวณ หรือเป็นการวางแผนที่ดีมาก่อนจะทำให้คุณประหยัดงบประมาณในการท่องเที่ยวได้เยอะมากมาย

เอาจริงๆแล้วตายไปเที่ยวในสถานที่ต่างๆก็ไม่จำเป็นที่จะต้องไปนอนโรงแรมระดับ 5 ดาวหรืออะไรก็ตามที่มันราคาแพงเพราะในความเป็นจริงแล้วคุณไปสัมผัสกับบรรยากาศที่นั่นอย่างเช่นหากคุณไปนอนที่ทะเลคุณก็ไปสัมผัสกับบรรยากาศของทะเลดังนั้นการนอนโรงแรมดังๆหรูหราก็ไม่ได้หมายความว่าคุณจะอยู่บนทะเลซึ่งบรรยากาศมันก็ได้เช่นกันหากคุณมีงบที่น้อยก็ควรเลือกให้พอเหมาะพอควรเหมาะสมกับเงินในกระเป๋าของคุณจะได้ไม่ต้องเดือดร้อนหลังจัดการท่องเที่ยวนั้นเอง

การกินก็ไม่จำเป็นที่จะต้องหรูหราแต่สำหรับสถานที่เรานั้นหากเรามีการเดินทางไปอันดับแรกก็คงจะต้องไปกินสิ่งของแปลกๆใหม่ๆที่อยู่ตามภูมิภาคเรานั้นแต่ว่าเราสามารถเลือกร้านที่มันราคาย่อมเยาว์ได้และดูจากการโปรโมทของแต่ละสถานที่ก็สามารถที่จะทำให้เรานั้นคาดคะเนกับงบประมาณในการกินของเราได้ด้วยเช่นกันและสิ่งเหล่านี้จะทำให้คุณท่องเที่ยวโดยไม่บานปลายจัดงบประมาณของคุณมากไปกว่าเดิมสูงนั่นเอง

การเดินทางท่องเที่ยว ที่เกาะพงัน

การเดินทางท่องเที่ยว ที่เกาะพงัน สามารถมอบสิ่งดีๆให้กับคุณหลายอย่าง

ในวันรุ่งเช้าที่ผมได้รับประทานอาหารหลังจากที่กินอาหารที่มานะไทนเรียบร้อยแล้วผมก็ได้มีความรู้สึกว่าอยากไปที่เกาะพงัน ซึ่งมันก็ได้อยู่ห่างไปจากเกาะสมุยไม่มากนักจากนั้นผมได้บอกลาหลิวที่เป็นคนขายทัวร์และได้เดินทางออกจากโรงแรมมานะไทยเพื่อที่จะตรงเข้าสู่เกาะพงันอย่างไร้ที่พักและผมก็ได้เสียค่าเรือให้กับท่าเรือSEA FLOWEP 200บาท

กับการเดินทางไปยังหาดลิ้นเพื่อเดินทางไปสัมผัสกับเกาะพงันในวันที่ไร้ฟูลมูนปาร์ตี้และในระหว่างที่ได้นั่งรอเรือมาผมก็ได้พบกับพี่พรและครอบครัว ซึ่งทุกคนนั้นได้เป็นคนที่เกาะสมุยแต่จะเดินทางไปเที่ยวที่เกาะพงันผมจึงได้พูดคุยกับพี่พรอยู่พักใหญ่บนเรือไม่ว่าจะเป็นเรื่องการหาหอยหรือหาปลาจนทำให้การเดินทางจากเกาะสมุยไปเกาะพงันครั้งนี้ของผมผ่านไปอย่างรวดเร็วพร้อมกับบทสนทนาในครั้งนี้ของเราผมแยกกับพี่พรและออกเดินทางต่อ

และเริ่มต้นค้นหา Hostel ในละแวกหาดสิ้นและผมก้ได้พบกับ CUL TURE CLUB BACKPACKER HOSTEL ผมได้ออกมาจาก Hostel เพื่อหาอะไรรองท้องและได้ตรงเข้าสู่หาดสิ้นหาดชื่อดังของเกาะพงันที่ถูกใช้เป็นที่จัดงามฟูลมูนปาร์ตี้ที่โด่งดังของเกาะพงันเมื่อสถานที่แห่งนี้เป็นวันธรรมดาที่ไม่ใช้วันพระจันทร์เต็มดวงหาดลิ้นเหมือนจะเป็นหาดที่ปลีกวิเวกแกจากผู้คนโดยสิ้นเชิงแทบจะไม่น่าเชื่อว่าสถานที่แห่งนี้จะมีความเงียบสงบต่างจากสื่อของเกาะพงันที่ผมเคยได้ดูผ่านตามาและหลังจากเล่นกับหมาทะเลอยู่ไม่นานพี่พรก็ส่งรูปหอยมาอวดและส่งรูปพระอาทิตย์ที่ตกดินอีกฟากนึงของหาด

ให้ผมดูว่าสวยงามแค่ไหนต้องขอบคุณเทคโนโลยีของการเดินทางในยุคนี้ที่ทำให้ผมได้เห็นพระอาทิตย์ตกดินทั้งสองฟากของหาดพร้อมๆกันได้และเมื่อพระอาทิตย์นั้นก็ได้ตกดินลงไปแล้ว ณ หาดลิ้นผมก้ได้กลับไปพูดคุยกับแอมเจ้าของ Hostel ซึ่งเรื่องที่มันน่าแปลกใจในการคุยกับแอมในครั้งนี้คือเราได้เรียนมหาลัยเดียวกัน

และ๕ณะของเรายังอยู่ติดกันอีกด้วยสำหรับในการเดินทางนั้นมักจะมีเรื่องแปลกประหลาดที่จะนำพาให้คนเรานั้นได้โคจรได้มาพบกันได้ในสถานที่อันห่างไกลถึงแม้ว่าคนเหล่านั้นจะเคยอยู่ไกล้กันมากแค่ไหนก็ตามเราก็ยังสามารถที่จะมาพบเจอกันได้อยู่ดีและผมก็ได้พบว่าในการเดินทางท่องเที่ยวเมื่อเราได้แบกเป็มาเพียงลำพังและก้าวเท้าเข้าสู่โลกใหม่ที่เราไม่รู้จักนั่นคงจะเป็นวันที่เราเปิดใจต่อผู้คนรอบข้างมากที่สุดและในขณะเดียวกันนั้นก็เป็นวันที่ผู้คนรอบข้างเปิดใจกับคุณมากที่สุดผมไม่สามารถตอบคำถามว่าการท่องเที่ยวคนเดียวน่ากลัวหรือไม่แต่ผมสามารถตอบคำถามได้ว่าการท่องเที่ยวคนเดียวนั้นรู้สึกยังไงเช่นเดียวกับที่คุณสามารถตอบคำถามกับตัวเองได้ว่าการเดินทางในครั้งใหม่ของคุณจะเริ่มขึ้นอีกครั้งอย่างแน่นอน

อาหารที่ควรไปลองเมื่อไปเที่ยวที่ประเทศเวียดนาม

อาหารเวียดนาม หนึ่งในเสน่ห์สำคัญที่กลายเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้นักท่องเที่ยวหันมาสนใจที่จะไปเที่ยวที่ประเทศเวียดนามแห่งนี้ เพราะอาหารเวียดนามเป็นที่รู้จักกันอย่างมากทั้งในเรื่องของการเป็นอาหารสุขภาพและมีรสชาติอร่อย ด้วยส่วนประกอบที่หลากหลายของผักสมุนไพร ซึ่งสามารถนำมาจับคู่ทานได้กับทั้งข้าวสวยร้อนๆ บะหมี่หอมๆ ซีฟู๊ดส์สดๆ เนื้อหมูและเนื้อวัว ก็เข้ากันได้หมดทุกอย่างเลยค่ะ โดยอาหารเวียดนามก็สามารถหาทานได้ง่ายและหลากหลายระดับอย่างมากทั้งตั้งแต่ตามท้องถนน ร้านอาหารทั่วไป จนไปถึงภัตตาคารในโรงแรมหรู 5 ดาว

แล้วอาหารอะไรบ้างล่ะที่ต้องกินให้ได้เมื่อไปเที่ยวที่ประเทศเวียดนาม  แน่นอนว่าเราก็มีมาแนะนำค่ะซึ่งอาหารเหล่านั้นมีดังนี้

  1. เฝอ (Pho) อาหารจานหลักยอดนิยมที่เป็นดั่งลายเซ็นของประเทศเวียดนาม เพราะสามารถกินได้ทุกมื้อเลยไม่ว่าจะเช้า สาย บ่าย เย็น โดยเฝอนั้นคล้ายๆกับก๋วยเตี๋ยวในไทยเรานี่ล่ะค่ะ คือเป็นเส้นบะหมี่สีขาวทำจากแป้งข้าวเจ้า กับ น้ำซุปสีใส กินคู่กับเนื้อวัวและผัก เช่น หัวหอม ต้นหอม คึ่นฉ่าย ผักกาดหอม ถั่วฝักยาว โหระพา สะระแหน่ ผักแพว เป็นอาหารที่ทานได้ง่ายๆ คล่องคอ แถมสุขภาพดีอีกด้วย สามารถหาทานได้ง่ายตามท้องถนนเลยล่ะค่ะ
  2. บั๋นหมี่ (Banh Mi) หรือ แซนวิชเวียดนาม ถือเป็นอาหารเช้าที่เป็นที่นิยมอย่างมาก เพราะทานง่ายและพกพาสะดวกอีกด้วย โดยบั๋นหมี่คือขนมปังฝรั่งเศสที่นำมาใส่ไส้สไตล์เวียดนาม เช่น ผักดอง หัวหอม เนย ซีอิ๊วขาว พริก ผักชี พริกไทย ผักชีลาว ในส่วนของตัวไส้ที่เป็นเนื้อสัตว์นั้นก็มีหลากหลายมากขึ้นกับร้านค้าที่ขายค่ะ มีทั้ง หมูสามชั้นย่าง ซี่โครงหมูย่าง ปลาทอดขมิ้น ไส้กรอกต้ม ไก่ตุ๋น และฯลฯ
  3. บั๊ญแส่ว (Banh Xeo) หรือที่เรียกกันง่ายๆว่าขนมเบื้องญวนนี่ล่ะค่ะ  โดยมีลักษณะคล้ายแพนเค้กแต่ตัวแป้งจะบางกว่าและกรอบกว่าค่ะ บั๊ญแส่วทำจากแป้งข้าวเจ้า กะทิ และขมิ้น ในส่วนของไส้นั้นสามารถไส้ได้หลายอย่างเลยทั้งวุ้นเส้น เนื้อไก่ เนื้อหมู เนื้อวัว กุ้ง หัวหอมใหญ่ ถั่วงอก และเห็ด ซึ่งสามารถหาซื้อบั๊ญแส่วมาทานได้ตามร้านแผงลอยข้างถนน ตลาดท้องถิ่น หรือตามร้านอาหารก็มีค่ะ
  4. ก๋อยกวั่น (Goi Cuon) ก็คือ เปาะเปี๊ยะสดเวียดนามค่ะ ถือเป็นอาหารพื้นบ้านและส่วนใหญ่มักจะรับประทานกันเป็นมื้อกลางวันในช่วงฤดูร้อนของเวียดนาม ไส้ก็มักจะเป็นพวกเวียดนาม เนื้อหมูสไลด์ กุ้ง โหระพา และผักกาดหอม นำมาม้วนๆด้วยแป้งเปาะเปี๊ยะสด จิ้มกับซอสที่ทำมาจากพริกป่นและถั่วลิสง ถือเป็นอีกอาหารสุขภาพที่ใครหลายๆคนชอบทานกันค่ะ 

 

สนับสนุนโดย  แทงบอลออนไลน์2020

การเดินทางท่องเที่ยว เบตง

การเดินทางท่องเที่ยว เบตง สามจังหวัดชายแดนใต้

ใน365วันมนุษย์เราจะสามารถพบเจอกับเรื่องที่เหนือความคาดหมายเป็นจำนวนศูนย์ครั้งภายใต้เซฟโซนของตนเองโลกใบนอกที่เราไม่คุ้นเคยนั้นมักจะมอบเกมใหม่ๆให้กับเราเสมอเช่นเดียวกับการเดินทางของผมที่โยนบุคคลที่เหนือความคาดหมายมาร่วมเดินทางไปในทริปนี้พร้อมกับผมและนั่น เป็นนาทีที่ทำให้ผมได้รู้จักกับ เร แมคโดนัลด์ นักเดินทางรุ่นพี่ที่เต็มไปด้วยอารมณ์ขัน เราตั้งต้นกันที่สถานีรถไฟหัวลำโพงการเดินทางร่วมกันของเราในทริปนี้มีจุดหมายที่อยู่สุดขอบแดนใต้ของประเทศไทย เบตง อำเภอที่ตั้งอยู่ใต้สุดของประเทศไทย

ณ จังหวัดยะลาสถานที่ ที่ขึ้นชื่อด้วยเรื่องของความสวยงามแต่กลับถูกแฝงไปด้วยความกังวลของผู้คนที่จะเดินทางเข้าไปยังในเขตสามจังหวัดชายแดนภาคใต้จึงเป็นสิ่งที่ทำให้ เบตง  ไม่ได้เผยโฉมให้กับนักท่องเที่ยวมากอย่างที่ควรจะเป็นแต่สำหรับผม เบตง นั้นเป็นสถานที่ ที่ผมต้องการที่จะเข้าไปสัมผัสสักครั้งในชีวิตเสมอเหตุการไม่สงบในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้นั้นเป็นสิ่งที่ทำให้ผู้คนที่ต้องการมาสัมผัสยัง เบตง มีคำถามถึงเรื่องการเดินทางและความปลอดภัยและผมก็เป็นหนึ่งคนในนั้นที่สงสัยในเรื่องนี้

และการเดินทางเท่านั้นที่จะให้คำตอบกับผมในเรื่องนี้ได้การเดินทางด้วยรถไฟเป็นสิ่งที่โปรดปรานของ พี่เร และผมตอนจงรอบรถไฟนั้น พี่เร อยากได้ขบวนที่ยังมีตู้เสบียงอยู่ พี่เรยังได้เล่าถึงความประทับใจที่มีต่อตู้เสบียงในอดีตของเขาการผัดอาหารที่หอฟุ้งไปทั่วโบกี้ผู้คน ที่อาศัยอยู่บนรถไฟอย่างเกือบจะถาวรและความคึกคักของตู้เสบียงในอดีตแต่ในปัจจุบันนี้ถึงตู้เสบียงจะมีไม่มากเหมือนในอดีตและความคึกคักนั้นถูกเปลี่ยนเป็นความคลากสสิคแทน

แต่การเดินทางด้วยรถไฟนั้นก็ยังคงตั้งมนต์เสน่ห์ในแบบฉบับของตัวเองเสมอทำให้สิบหรือยี่สิบชั่วโมงบนรถไฟผ่านไปอย่างรวดเร็วโดยไม่รู้ตัวเราเดินทางมาถึงสถานีรถไฟหาดใหญ่สิบแปดชั่วโมงกับการเดินทางที่ผ่านมา ซึ่งพี่เร ได้แนะนำลงที่หาดใหญ่ก่อนเพราะหาดใหญ่เป็นจุดที่สามารถเดินทางไปยังที่ต่างๆได้อย่างหลากหลาย

แต่พอได้รับคำแนะนำในการเดินทางของชาวบ้านในละแวกพวกเราก็โดนขึ้นรถไฟต่อเพื่อตรงไปยังจังหวัดยะลาThe plan is no plan คำเท่ๆที่พี่เรมักจะพูดแล้วหันมาขำกับผมการเดินทางของพี่เรกับผมในครั้งนี้มันทำให้ผมรู้สึกว่าเรามีอัไรเหมือนกันบางอย่างนั่นคือการที่เราชอบเสพอะไรที่ไม่มีแบบแผนมาถึงยังจุดหมายไหนก็หาทางไปเรื่อยๆและเมื่อเราได้เดินทางมาถึงจังหวัดยะลา

 

สนับสนุนโดย  nowbet