การเดินทางท่องเที่ยว เบตง

การเดินทางท่องเที่ยว เบตง สามจังหวัดชายแดนใต้

ใน365วันมนุษย์เราจะสามารถพบเจอกับเรื่องที่เหนือความคาดหมายเป็นจำนวนศูนย์ครั้งภายใต้เซฟโซนของตนเองโลกใบนอกที่เราไม่คุ้นเคยนั้นมักจะมอบเกมใหม่ๆให้กับเราเสมอเช่นเดียวกับการเดินทางของผมที่โยนบุคคลที่เหนือความคาดหมายมาร่วมเดินทางไปในทริปนี้พร้อมกับผมและนั่น เป็นนาทีที่ทำให้ผมได้รู้จักกับ เร แมคโดนัลด์ นักเดินทางรุ่นพี่ที่เต็มไปด้วยอารมณ์ขัน เราตั้งต้นกันที่สถานีรถไฟหัวลำโพงการเดินทางร่วมกันของเราในทริปนี้มีจุดหมายที่อยู่สุดขอบแดนใต้ของประเทศไทย เบตง อำเภอที่ตั้งอยู่ใต้สุดของประเทศไทย

ณ จังหวัดยะลาสถานที่ ที่ขึ้นชื่อด้วยเรื่องของความสวยงามแต่กลับถูกแฝงไปด้วยความกังวลของผู้คนที่จะเดินทางเข้าไปยังในเขตสามจังหวัดชายแดนภาคใต้จึงเป็นสิ่งที่ทำให้ เบตง  ไม่ได้เผยโฉมให้กับนักท่องเที่ยวมากอย่างที่ควรจะเป็นแต่สำหรับผม เบตง นั้นเป็นสถานที่ ที่ผมต้องการที่จะเข้าไปสัมผัสสักครั้งในชีวิตเสมอเหตุการไม่สงบในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้นั้นเป็นสิ่งที่ทำให้ผู้คนที่ต้องการมาสัมผัสยัง เบตง มีคำถามถึงเรื่องการเดินทางและความปลอดภัยและผมก็เป็นหนึ่งคนในนั้นที่สงสัยในเรื่องนี้

และการเดินทางเท่านั้นที่จะให้คำตอบกับผมในเรื่องนี้ได้การเดินทางด้วยรถไฟเป็นสิ่งที่โปรดปรานของ พี่เร และผมตอนจงรอบรถไฟนั้น พี่เร อยากได้ขบวนที่ยังมีตู้เสบียงอยู่ พี่เรยังได้เล่าถึงความประทับใจที่มีต่อตู้เสบียงในอดีตของเขาการผัดอาหารที่หอฟุ้งไปทั่วโบกี้ผู้คน ที่อาศัยอยู่บนรถไฟอย่างเกือบจะถาวรและความคึกคักของตู้เสบียงในอดีตแต่ในปัจจุบันนี้ถึงตู้เสบียงจะมีไม่มากเหมือนในอดีตและความคึกคักนั้นถูกเปลี่ยนเป็นความคลากสสิคแทน

แต่การเดินทางด้วยรถไฟนั้นก็ยังคงตั้งมนต์เสน่ห์ในแบบฉบับของตัวเองเสมอทำให้สิบหรือยี่สิบชั่วโมงบนรถไฟผ่านไปอย่างรวดเร็วโดยไม่รู้ตัวเราเดินทางมาถึงสถานีรถไฟหาดใหญ่สิบแปดชั่วโมงกับการเดินทางที่ผ่านมา ซึ่งพี่เร ได้แนะนำลงที่หาดใหญ่ก่อนเพราะหาดใหญ่เป็นจุดที่สามารถเดินทางไปยังที่ต่างๆได้อย่างหลากหลาย

แต่พอได้รับคำแนะนำในการเดินทางของชาวบ้านในละแวกพวกเราก็โดนขึ้นรถไฟต่อเพื่อตรงไปยังจังหวัดยะลาThe plan is no plan คำเท่ๆที่พี่เรมักจะพูดแล้วหันมาขำกับผมการเดินทางของพี่เรกับผมในครั้งนี้มันทำให้ผมรู้สึกว่าเรามีอัไรเหมือนกันบางอย่างนั่นคือการที่เราชอบเสพอะไรที่ไม่มีแบบแผนมาถึงยังจุดหมายไหนก็หาทางไปเรื่อยๆและเมื่อเราได้เดินทางมาถึงจังหวัดยะลา

 

สนับสนุนโดย  nowbet

ท่องเที่ยวเดินเส้นทางศึกษาธรรมชาติ กิ่วแม่ปาน

ท่องเที่ยวเดินเส้นทางศึกษาธรรมชาติ กิ่วแม่ปาน

ในคืนนี้คงเป็นเพียงหนึ่งคืนที่ผู้คนจะมองเข้ามาและพบเพียงครอบครัวที่อยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตา เมื่อดาวหาแฮลลีย์โคจรมายังโลกอีกครั้งคนที่ผมจะนึกถึงเป็นคนแรกก็คงจะเป็นพวกท่าน  ในเช้ามืดของวันรุ่งขึ้นคุณลุงและคุณป้าต้องการที่จะไปส่งผมยังจุดหมายต่อไปของผมแต่ในเวลาเช้ามืดแบบนี้ผมเลือกที่จะโบกรถด้วยตัวเองโดยเลือกที่จะให้ท่านทั้งสองได้นอนกันอย่างเต็มอิ่มจะเหมาะกว่าด้วยเวลาเพียงไม่นานกลุ่มวัยรุ่นกลุ่มหนึ่งก็รับผมขึ้นมาบนรถโอกาสมีอยู่เสมอในเส้นทางของชีวิตจะมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับการสร้างโอกาสของตัวเรามากกว่า เส้นทางศึกษาธรรมชาติ

กิ่วแม่ปาน เป็นเป้าหมายเดียกันของพวกเราในวันนี้ เรื่องที่สวยงามอย่างหนึ่งในการเดินทางจากแค่การโบกรถ เพื่อที่จะขึ้นมายัง กิ่วแม่ปาน และสิ่งที่ผมได้รับก็คือน้องๆที่ให้ผมอาศัยขึ้นมาบนรถนี้กลับชวนผมเที่ยวด้วยกัน นี่เป็นเสน่ห์อย่างหนึ่งของการเดินทาง ที่ขาดไม่ได้ เมื่อเข้ามายังเส้นทางศึกษาธรรมชาติ กิ่วแม่ปาน ผมก็ได้สัมผัสความสวยงามของป่าดิบชื้นแห่งนี้เป็นครั้งแรก

ระหว่างทางจะพยเห็นมอสที่ขึ้นตามต้นเฟิร์นนาพรรณกับบรรยากาศที่เย็นของดอยอินทนนท์แห่งนี้ กิ่วแม่ปานจึงเปนสถานที่ในฝันของนักท่องเที่ยวธรรมชาติเชิงอนุรักษ์หลายคนเส้นทางการเดินทางเป็นวง3กิโลเมตร ซึ่งจัดว่าเป็นเส้นทางที่ไม่ยาวจนเกินไป ผมนึกเสียดายที่คุณกับป้าไม่ได้มาเดินด้วยกันแต่ด้วยวัยเกษีนณของลุงกับข้อเข่าที่ไม่ดีแล้วการเดินเส้นทางศึกษาธรรมชาติอากไม่ใช่ความคิดที่ดีเท่าไหร่นัก ในป่าแห่งนี้เต็มไปด้วยสายหมอกยามเช้าความเขียวขจีของมอสที่นี่และพรรณไม้เลื้อยตามต้นไม้ต่างๆทำให้สถานที่แห่งนี้ดูราวกับเมืองในเทพนิยายก็ไม่ปาน

กิ่วแม่ปาน เป็นเส้นทางศึกษาธรรมชาติที่มีกลุ่มคนทุกรูปแบบเดินทางมาท่องเที่ยวยังสถานที่แห่งนี้ทั้งกลุ่มวัยรุ่นและครอบครัวรวมไปถึงผู้สูงอายุทำให้เส้นทางศึกษาธรรมชาตินี้กลายเป็นเส้นทางที่ครึกครื้นเต็มไปด้วยรอยยิ้มของผู้คนแต่ก็ไม่เต็มไปด้วยเสียงดังโหวกเหวกจนเสียความสงบของธรรมชาติไปในครั้งแรกที่ผมได้ร็จัดกับดอยอินทนนท์สิ่งแรกที่ได้ดึงดูดผมมายังสถานที่แห่งนี้คือการมียอดดอยที่สูงที่สุดในประเทศไทย ซึ่งได้มีความสูงเกือบ2600เมตรจากระดับน้ำทะเลเป็นสิ่งที่ทำให้รู้สึกว่าอยากเดินทางมากท่องเที่ยวที่นี่สักครั้งในชีวิตแต่เมื่อเดินทางมาถึงยังสถานที่แห่งนี้แล้วผมก็เกือลจะลืมจุดสำคัญข้อนั้นไปเหมือนกันด้วยความสวยงามของเฉพาะตัวที่นี่และอากาศที่เย็นของเมืองเหนือตัวเลขที่สูงของระดับน้ำทะเลที่นี่จึงเป็นแค่ส่วนประกอบส่วนเล็กๆส่วนหนึ่งสำหรับผม

 

สนับสนุนมาจาก  dewabet

ท่องเที่ยวเขาช้างเผือก

ท่องเที่ยว ที่เขาสูง เขาช้างเผือก

 ในการเดินขึ้นเขาช้างเผือกนี้บทสนทนาก็คงจะไม่พ้นสันคมมีดสันเขาที่สวยงามและหวาดเสียวไปพร้อมกันเป็นจุดไฮไลท์ของนักพิชิตเขาที่นี่และตัวผมเองด้วยเมื่อเดินมาได้สักระยะเจ้าหน้าก็ก็ได้ทำการชี้จุดตั้งแคมป์ที่ไกลลิบให้ผมดูกลุ่มต้นไม้กลางหุบเขาจุดนั้นคือจุดตั้งแคมป์ในคืนนี้เมื่อเดินมาถึงกลางทางหลายคนหยุดพักกินมื้อเที่ยงที่นี่รวมทั้งตัวผมด้วยระหว่างนั่งกินข้าวผมก็ได้มองเห็นสันคมมีดอยู่ไกลๆแต่ก็คงจะไม่ไกลเกิดกว่าที่ผมจะไปถึงได้แน่หลังจากท้องอิ่มผมก็ลุกแล้ว

เริ่มเดินทางต่อและผมก็ได้นึกถึงวันก่อนที่ผมจะได้เริ่มเดินทางท่องเที่ยวคนเดียวในวันที่ผมเลือนฟิดเฟซบุ๊กและผมก็พบว่าผมไม่ได้ต้องการร็เรื่องราวอะไรในนี้อย่างสนใจเหมือนอย่างแต่ก่อนแล้วและผมก็เกิดคำถามกับตัวเองว่าโลกของเรานั้นมีอะไรให้ทำแค่นี้เองหรอ ซึ่งแน่นอนคำตอบคือไม่แค่การเริ่มต้นที่จะลุกไปทำอะไรสักอย่างครั้งแรกที่มันผิดธรรมชาติของตัวเองมันมักจะไม่ใช่เรื่องที่เราคิดจะทำทุกวันแต่บังเอิญที่นั่นเป็นวันแรกของผมที่ทุกอย่างเริ่มต้นขึ้นเลยเถิดจนมาถึงวันนี้และไม่รู้ว่าจะสิ้นสุดในวันไหนหลังจากนั่งพักชมเขาลูกสุดท้ายอยู่นาน

ก็ได้เวลาที่ผมจะลุกขึ้นมาเพื่อที่จะก้าวข้ามมันไปพอได้มาอยู่จุดที่ราบสูงของภูเขาแล้วถึงแดดจะเผาแรงแค่ไหนแต่ก็ยังได้ลมเหนือจากภูเขาหลังจากเดินทางมา5ชั่วโมงผมก็มาถึงจุดตั้งแคมป์ในวันนี้ซักทีเจ้าหน้าที่ให้เราพักผ่อนเกือบ2ชั่วโมงก่อนที่จะเดินทางไปยังสันคมมีดจุดที่สูงที่สุดและอันตรายที่สุดในเขาแห่งนี้สำหรับในการเดินขึ้นไปบนเขานั้นที่กำลังจะเดินไปที่สันคมมีดซึ่งมันก็มีความเสี่ยงอันตรายอยู่สมควรซึ่งเพราะเพียงแค่ก้าวผิดเพียงแค่ครั้งเดียวซึ่งมันอาจจะหมายถึงชีวิตจากการที่ได้เข้าไปสอบถามกับเจ้าหน้าที่แล้วได้พบว่ามีปนะมาณ10%ของนักท่องเที่ยวที่ไม่ต้องการที่จะขึ้นไปยังจุดสูงสุดของยอดเขาช้างเผือก

โดยที่จะผ่านสันคมมีดแห่งนี้เมื่อผมได้ก้าวมาเยียบที่สันคมมีดด้วยตัวเองแล้วผมก็รู้สึกว่าคิดไม่ผิดจริงๆที่มายังเขาลูกนี้เพราะสำหรับผมแล้วสันคมมีดเปรียบเสมือนลูกโดดของเขาช้างเผือกเป็นจุดที่สลัดความเหนื่อยออกแทนที่ด้วยความหวาดเสี่ยวและตื่นเต้นเมื่อผ่านสันคมมีดมาได้อย่างโล่งอกผมก็พบว่ายังต้องขึ้นเขาลูกเล็กๆอีกสองลูกความเหนื่อยกลับมาแทนที่ความหวาดเสี่ยวอีกครั้งแต่ความเหนื่อยครั้งนี้เป็นความเหนื่อยที่ใครๆก็สามารถผ่านมันไปได้เพราะจุดหมายปลายทางจุดยอดเขาที่สูงที่สุดของเขาช้างเผือก

 

ขอบคุณผู้ให้การสนับสนุนโดย  sagame

การเดินทางท่องเที่ยวพิชิตขึ้น ดอยขุนตาล

การเดินทางคือ อะไร มันคือการค้นหาตัวตน

หรือในการพบเจอเพื่อนใหม่ๆคือสถานที่ใหม่ๆ คือความรู้สึกใหม่ คือโลกใหม่เราได้ตั้งคำถามกับสิ่งเหล่านี้มากมายคำตอบจะไม่สำคัญอะไรเลยถ้าคุณไม่ได้ออกไปสัมผัสมันด้วยตัวคุณเองผมอยู๋ที่สถานีรถไฟหัวลำโพงสถานที่ซึ่งบรรจบการเดินทางของหลายๆคนเข้าด้วยกันและการเดินทางขอผมในครั้งนี้ก็มาบรรจบกับเพื่อนร่วมทาง ซึ่งมีทั้งคนที่ผมรู้จักและคนที่ผมกำลังจะรู้จักเราเดินทางด้วยตู้รถไฟชั้นสองเป็นครั้งแรกกับการขึ้นรถไฟตู้นอนของผม ดอยขุนตาล เป็นปลายทางที่เหมือนกันของพวกเราชาวต่างชาติดูเหมือนจะมีมากพอๆกับคนไทยภาษาที่ใช้สื่อสารกันในรถเลยดูผสมปนเปกันไปหมดในรถไฟค่อนข้างสะดวกสบายกว่าที่ผมคิดไว้มากมีเมนูสำหรับการสั่งอาหารเจ้าหน้าที่ที่อำนวยความสะดวกให้คุณและการเดินทางสิบเอ็ดชั่วโมงนี้

ห้องน้ำถือว่าใช้ได้เลยหลังจากที่รถไฟจอดที่สถานีอยุธยาเพื่อนร่วมทางคนสุดท้ายของผมเราก็มากันครบบทสนทนาเกิดขึ้นมากมายในขบวนรถไฟความนิ่งและแอร์ที่เย็นฉ่ำของรถไฟทำให้ผมข้ามไปวันใหม่ได้อย่างไม่ยากเย็น ดอยขุนตาล ตั้งอยู่ที่เทือกเขาระหว่างจังหวัดลำปางและจังหวัดลำพูนความน่าสนใจของ ดอยขุนตาล นี้คือที่นี่เป็นอุทยานแห่งชาติเพียงที่เดียวที่คุณสามารถนั่งรถไฟไปถึงและเดินขึ้นดอยกันได้เลยก่อนถึงสถานีขุนตาลรถไฟจะผ่านอุโมงค์ที่ยาวที่สุดของประเทศไทยเป็นอุโมงค์รถไฟที่เก่าแก่

ซึ่งเริ่มก่อสร้างตั้งแต่ปี พ.ศ.2450 ชาวเยรมันเป็นผู้ควบคุมการก่อสร้างทั้งหมดโดยใช้เวลาก่อสร้างทั้งสิ้น11ปี ถ้ามองด้วยตาเปล่าผมไม่เห็นปลายทางของอุโมงค์นี้เลยหมอกที่ลงหนากับความสงบของสถานีรถไปขุนตาลก็มีเจ้าหมาตัวดำตัวนึงเข้ามาทำความร็จักกับผมมันดูเหมือนจะเป็นเรื่องธรรมดาของคนกับสัตว์ที่พึ่งพบกันแต่เจ้าดำจะทำให้ผมแปลกใจตลอดการเดินทางของทริปนี้อุทยานแห่งชาติดอยขุนตาลไม่ใช่ดออยที่จะมีคนมาท่องเที่ยวมากนักยิ่งวันธรรมดาที่ผมมาวันนี้ทำให้รู้ว่ามีแค่พวกเราแค่5คนที่กำลังเดินขึ้นไปบนดอย

พวกเรามีแผนจะพิชิตดอยนี้ทั้งหมด4จุดยุทธศษสตร์ ซึ่งเรียกสั้นๆว่าเป็น ย.1ถึงย.4ตั้งแต่เราออกจากสถานีรถไฟขุนตาลมาเจ้าดำก็คอยบอแกทางเราตลอดเวลา ซึ่งทำงานได้ไมท่แพ้เจ้าหน้าที่เลยทีเดียว ดำไม่เหมือนหมาทั่วไปที่คอยตามเราแต่เจ้านี่เลือกที่จะนำเรามากกว่าถ้าคุณเคยดูหนังหรือภาพยนตร์ที่มีเจ้าหมาที่ฉลาดผิดหมาทั่วไปที่คุณเคยพบเห็นแล้วละก็คุณสามารถลองมาพบเจ้าดำที่ ดอยขุนตาลนี้ได้ 

 

ขอบคุณผู้ให้การสนับสนุนของเรา  next88

ตลาดน้ำคลองลัดมะยม

Shopping กินเที่ยว ที่ตลาดน้ำคลองลัดมะยม

 เชื่อว่าหลายคนคงรู้จักกันดีกับตลาดน้ำ เพราทุกจังหวัดมักจะมีตลาดน้ำที่ขึ้นชื่อและมีชื่อเสียง  ซึ่งตลาดน้ำส่วนมากมักจะเปิดขึ้นมาเพื่อให้ชาวบ้านที่อยู่ในบริเวณตลาดน้ำได้นำพืชผลทางการเกษตรของชาวบ้านที่ได้ทำการปลูกเอาไว้มาขาย ส่วนมากตลาดน้ำที่ตั้งขึ้นมานั้นจะเป็นการสื่อถึงวิถีการดำเนินชีวิตของชาวบ้านแถวตลาดน้ำได้เป็นอย่างดี 

ซึ่งวันนี้เราจะพาไปเที่ยวตลาดน้ำคลองลัดยม ซึ่งเชื่อว่าหลายคนคงเคยได้ยินชื่อตลาดน้ำแห่งนี้กันมาบ้างแล้ว โดยที่ตลาดน้ำคลองลัดยมแห่งนี้มีคุณลุงชวน เป็นผู้เริ่มต้นเปิดโครงการตลาดน้ำนี้เป็นคนแรก

โดยมีการพายเรือนำของจากที่สวนมาขายที่คลองลัดยมแห่งนี้ ในแรกที่นี่จะมีการขายเพียงไม่กี่ร้านแต่ก็มาก็มีการขยายตลาดให้ใหญ่มากขึ้นมีการนำของมาขายเยอะขึ้น โดยปัจจุบันตลาดน้ำแห่งนี้จะแบ่งออกเป็นสองฝั่งคลอง  และจะกำหนดโซนขายของเอาไว้ 5 โซน แต่ 5 โซนที่ว่าไม่ได้มีการแบ่งแยกว่าเป็นโซนเฉพาะของสินค้าอะไร

แต่ละโซนก็จะมีสินค้าที่เหมือนกับโซนอื่นอื่น เพียงแต่ที่แบ่งโซนนี้เพราะมีร้านค้าทยอยเข้ามาขายมาก จึงมีการแบ่งพื้นที่การขายกัน โดยโซนแรกเราเรียกว่าตลาดเก่า เป็นตลาดที่มีการเปิดขายครั้งแรก ที่นี่หากเรามาเดินดูของจะมีทั้งของกินของใช้เรียกได้ว่ามีครบทุกอย่างที่เราต้องการจะซื้อซึ่งนี่เองที่เป็นเสน่ห์ดึงดูดให้นักท่องเที่ยวเดินทางมาเที่ยวที่นี่

เพราะมีของหลากหลายให้เดินช็อปปิ้งนี่เอง  และนอกจากจะมีของขายแล้วของกินก็ยังมีเยอะอีกด้วย ซึ่งแต่ละร้านก็จะมีสินค้าวางเอาไว้ให้คนที่มาเดินซื้อของได้ลองกินก่อนที่จะตัดสินใจซื้อซึ่งต้องบอกเลยว่าอร่อยทุกร้านเลย และที่ขาดไม่ได้เลย

หากขาดแล้วจะไม่ใช่ตลาดน้ำเลยก็คือก๋วยเตี๋ยวเรือ ที่มีลุงป้าน้าอา พายเรือมาขาย โดยจะมีการจอดเรือไว้ริมคลอง เราสามารถเรียกซื้อแล้วถือมานั่งกินตรงเก้าอีกที่เขาวางไว้ให้สำหรับนักท่องเที่ยวได้ อาหารที่นี่นอกจากจะอร่อยแล้ว ยังสดอีกด้วยที่สำคัญราคาไม่แพง

และหากใครอยากเห็นการใช้ชีวิตของชาวบ้านริมคลองลัดยมแล้วละก็ ที่นี่จะมีเรือคอยบริการพาล่องลำคลองมองวิถีการใช้ชีวิตของชาวบ้าน ชื่นชมความงามธรรมชาติบ้านริมคลอง  โดยจะพาล่องเรือประมาณ 50 นาที และจะคิดค่าบริการคนละ 20 บาท ซึ่งเรือลำหนึ่งสามารถนั่งได้ไม่เกิน 8 คน

เมืองโคราชสถานที่มีความงามของดอกไม้

 พาเที่ยวทุ่งดอกไม้ที่น่าไปที่เมืองโคราชสถานที่มีความงามของดอกไม้ที่สวยงามเหมาะกับการไปเที่ยวอย่างมาก

ฟ้าประทาน โรสพาร์ค

ที่นี้ชื่อก็บอกอยู่ว่าเป็นสวนดอกกุหลาบนานาพันธ์ ซึ้งที่นี้มีดอกไม้เยอะจนคุณนับไม่ได้เลยซึ้งดอกกุหลาบที่นี้สวยทุกๆดอกเลยค่ะซึ้งที่นี้เขามีบริการให้คุณสามารถเช่าบ้านเป็นแบบ HOME STAY คุณสามารถพักที่สวนกุหลาบได้ทั้งคืนทำให้ได้บรรยากาศราวกับว่าอยู่ในนิทานหรือโลกแฟนตาซีก็ไม่ปาน ซึ้งที่นี้เปิดตั้งแต่ 1 พฤศจิกายน ซึ้งตั้งแต่ปีที่แล้ว ซึ้งที่นี้จะเปิด 31 มีนาคม ของปีนี้ ถ้าใครสนใจก็ลองไปดูนะคะ

FLORA PARK

ที่นี้เรียกได้ว่าคือดินแดนแห่งดอกไม่ที่มีในช่วงฤดูหนาว ซึ้งจะมีดอกไม้หลายพันธ์ยกตัวอย่างเช่น ดอกกล้วยไม้หรือดอกไม้มงคลหลายชนิดเยอะจนคุณคาดไม่ถึงเลยละค่ะ ซึ้งที่นี้เขาจะปลูกดอกไม้เป็นเหมือนเขาวงกตและนอกจากจะมีเป็นทุ่งดอกไม้แล้วเขายังมีไร่กาแฟให้คุณได้ดูเมล็ดกาแฟแบบใกล้ๆเลยค่ะ แล้วเขายังมีสวนผักอีกด้วยนะคะ

คุณสามารถเดินเที่ยวชมได้ทั้งสวนไร่กาแฟและยังมีดอกไม้และผักด้วย ต้องขอบอกว่าที่นี้น่าไปมากๆเลยค่ะซึ้งที่นี้ตั้งอยู่ก่อนที่จะถึง ฟ้าประทาน โรสพาร์ค ประมาน 100 เมตรเท่านั้นค่ะและที่นี้เปิดตั้งแต่ 1 พฤศจิกายน ของเมื่อปีที่แล้วและจะเปิดจนถึง 31 มีนาคมของปีนี้ค่ะ ลองไปดูกันนะคะ

MOM COTTAGE

ที่นี้ไม่ได้เป็นสวนที่มีดอกไม้หลายๆชนิด เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่นักท่องเที่ยวนิยมมาชมความงามของดอกไม้นานพันธ์รวมถึงมาถ่ายรูปกับสวนดอกไม้สวยสวยเพื่อเก็บเอาไว้เป็นที่ระลึก สำหรับสถานที่ท่องเที่ยวแห่งนี้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงเป็นอย่างมาก นักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบความเป็นธรรมชาติจะนิยมเดินทางมากันที่นี่ตลอดทั้งปีไม่ขาดสาย

สำหรับสวนดอกไม้ทั้งสามที่นี้ นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางไปท่องเที่ยวได้ตลอดทั้งปี  ซึ่งแต่ละที่จะมีการจัดกิจกรรรมเพื่อเชิญชวนให้นักท่องเที่ยวได้ไปดื่มด่ำกับกิจกรรมที่ทางสวนจัดแต่ว่าหากใครจะไปชมกิจกรรมนั้นต้องมีการโทรเช็คกับทางสวนก่อนว่าจะมีการจัดกิจกรรมกันเดือนไหน เมื่อไหร่ของแต่ละที่

แต่ถ้าหากเพียงต้องการไปอยู่ท่ามกลางของดอกไม้เพื่อถ่ายรูปอย่างเดียวแล้วละก็ สามารถเดินทางไปเที่ยวได้ตลอดเวลา ที่เมืองโคราชแห่งนี้มีสถานที่ท่องเที่ยวหลายที่ที่ขึ้นชื่อและมีร้านอาหารอร่อยอยู่มากมายหลายร้าน หากว่าใครมีโอกาสได้มาเที่ยวอย่าลืมแวะไปเที่ยวหลายหลายที่ และที่สำคัญมาเที่ยวโคราชทั้งที อยู่ลืมไปกราบไหว้ย่าโม เพื่อความเป็นสิริมงคลให้กับตัวเองด้วยนะ

พาไปจุดแลนด์มาร์กริมแม่น้ำเจ้าพระยาที่ไอคอนสยาม

เชื่อว่าหลายคนคงจะรู้จักกับไอคอนสยามกันมาบ้างแล้ว

เพราะมีการเปิดตัวกันสุดอลังการ ถือได้ว่าเป็นสถานที่ท่องเที่ยวแห่งใหม่ในกรุงเทพ ที่อยู่ติดกับริมแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งกินเนื้อที่ในการสร้างมากถึง 525,000 ตารางเมตรเลยที่เดียว ซึ่งต้องบอกเลยว่าหากใครมาเที่ยวที่ไอคอนสยามครั้งแรกคงมีหลงกันบ้านเพราะความกว้างใหญ่ ซึ่งจะมีทั้งหมด 4 อาคารด้วยกันและแต่ละอาคารก็มีความแตกต่างกันรวมถึงมีการตกแต่งสไตส์ที่ไม่เหมือนกันทำให้นักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเที่ยวที่ไหนจะไม่รู้สึกเบื่อกับการที่จะเดินอยู่ในที่ไอคอนสยามแห่งนี้เลย และถึงแม้ว่าจะมาหลายครั้งแต่เชื่อเถอะว่าเดินยังไงก็คงเดินได้ไม่ครบทุกจุดเพราะทีนี่มีการแบ่งออกเป็นอาคารไอคอนสยาม

ที่จะเปิดเป็นร้านขายของกิน และร้านขายเสื้อผ้าเรียกได้ว่าอาคารไอคอนสยามคือศูนย์รวมของแห่งช็อปปิ้งที่สาวสาวทุกคนใฝ่ฝัน มีทั้งหมด 11 ชั้นด้วยกัน โดยมีการตกแต่งสีออกทองทอง ดำดำ ให้ความรู้สึกหรูหรามีระดับ ส่วนอาคารไอคอนลักซ์ ที่นี่จะเน้นขายสินค้าที่มีราคาแพง  พวกสินค้าแบรนด์เนม เหมาะกับพวกดาราและไฮโซที่มีเงินเยอะเยอะมาเดินช็อปปิ้ง และอาคารที่สามคือ แม็กโนเลียส์ วอเตอร์ฟรอนท์ เรสซิเดนซ์ ตรงนี้จะเป็นคอนโดที่พักที่หรูหรามีระดับ ราคาแพงมาก

แต่ก็เหมาะสมกับบริการที่จะได้รับ โดยทีนี่จะมีทั้งหมด 70 ชั้นด้วยกัน และอาคารสุดท้ายคือ เดอะ เรสซิเดนซ์ แอท แมนดาริน โอเรียนเต็ล ที่พักที่เป็นแบบห้องชุด เรียกได้ว่าเป็นห้องที่โครตหรูหรา แถมยังได้เห็นวิวสวยสวยของแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งที่นี่มีจำนวน 146 ห้องโดยมีความสูงอยู่ที่ 52 ชั้น และที่ห้องพักแห่งนี้การันตีความแพง ว่าเป็นห้องพักที่แพงมากที่สุดในกรุงเทพเลยค่ะ

และหากใครที่สนใจจะเดินทางมาเที่ยวที่ไอคอนสยามนี้ สามารถขับรถยนต์ส่วนตัวมาก็ได้ หรือจะนั่งรถไฟฟ้าก็สะดวกดี หรือหากใครที่อยากลองเปลี่ยนบรรยากาศ นั่งเรือมาเที่ยวที่นี่ก็ยังได้นะคะ ที่นี่จะอยู่ตรงโค้งริมแม่น้ำเจ้าพระยา อยู่ฝั่งเดียวกับฝั่งธนบุรี บริเวณรอบรอบของไอคอนสยามก็จะมีโรงแรม ร้านค้าแห่งท่องเที่ยวอื่นอื่นอีกมากมาย

เรียกได้ว่าไอคอนสยามเป็นไข่มุกที่อยู่ตรงกลางเป็นศูนย์กลางของการท่องเที่ยวเลย และหากใครจะมาเที่ยวที่นี่ก็สามารถมาได้ตามเวลาห้างเปิดปกติ สำหรับที่นี่จะมีอาหารของทั้งสี่ภาคของประเทศมารวมตัวกันเปิดร้านอาหารให้คนได้มาลองชิมกัน และยังมีร้านอาหารที่เป็นอาหารของประเทศต่างต่างก็มีอยู่ด้วย เช่นประเทศญี่ปุ่น และจุดที่ต้องแนะนำเลยคือที่นี่ในเวลาช่วงค่ำค่ำจะมีการเปิดระบำไฟที่สวยงามอลังการเป็นอย่างมาก ที่นี่จึงเป็นอีกหนึ่งที่เที่ยวแห่งความภาคภูมิใจของไทย

พาเที่ยววัดคู่บ้านคู่เมือง

พาเที่ยววัดคู่บ้านคู่เมือง  วัดพระศรีรัตนศาสดาราม  

หากพูดถึงวัดที่เป็นวัดที่เป็นวัดคู่บ้านคู่เมืองอยู่คู่กับประเทศไทยมานานหลายทศวรรตแล้วละก็เชื่อว่าทุกคนแม้แต่เด็กตัวเล็กเล็กก็ยังรู้จักวัดแห่งนี้  นั่นก็คือวัดพระศรีรัตนศาสดาราม หรือที่ประชาชนชาวไทยเกือบแทบทุกคนมักจะเรียกกันแบบสั้นสั้นว่า วัดพระแก้วมรกต ที่วัดพระศรีรัตนศาสดาราม แห่งนั้นนอกจากจะเป็นศูนย์รวมจิตใจของทุกคนชาวไทยแล้ว

อยากเป็นวัดที่ช่วยสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทยได้อีกด้วย เนื่องจากที่วัดพระศรีรัตนศาสดารามแห่งนี้จะมีลักษณะของตัววัดที่มีศิลปะที่สวยสดงดงาม เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ผู้คนต่างก็รู้จักเป็นอย่างดี และเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงโด่งดังไปถึงตลาดประเทศ ที่วัดพระศรีรัตนศาสดาราม แห่งนี้ถือเป็นแลนด์มาร์ก ที่นักท่องเที่ยวชาวต่างชาตินิยมเดินทางมาท่องเที่ยวเพื่อชมความงามของศิลปะของไทยกัน

นอกจากที่นี่จะเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ให้ผู้คนพากันเข้ามากราบไหว้ขอพร พระแก้วมรกตได้แล้ว ที่วัดพระศรีรัตนศาสดารามแห่งนี้ยังถือว่าเป็นวัดพระอารามหลวงชั้นพิเศษ โดยจะมีพื้นที่วัดอยู่ใกล้กับพระบรมมหาราชวังซึ่งหากใครที่ต้องการที่จะเข้าไปทำความเคารพสักการะพระแก้วมรกตจะต้องมีการกำหนดเงื่อนไขต่างต่างมากมาย ทั้งเรื่องการแต่งกายที่ต้องแต่งกายให้สุภาพ หากใครใส่ขาสั้นหรือใส่เสื้อสายเดี่ยวเข้ามาจะไม่ได้รับการอนุญาตให้เข้าไปภายในบริเวณวัด

ซึ่งที่วัดพระศรีรัตนศาสดารามแห่งนี้นักท่องเที่ยวจะสามารถเข้าไปชมความงามของวัดได้ ในช่วงเวลา 08.30-16.30 น. เท่านั้นโดยส่วนใหญ่จะเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าไปไหว้พระแก้วมรกตได้ทุกวันยกเว้น หากทางพระบรมมหาราชต้องการประกอบพิธีราชมงคลต่างต่างก็จะมีการประกาศงดการเข้าเยี่ยมชม และข้อห้ามอีกเรื่องที่นักท่องเที่ยวต้องทำตามกฎของวัดก็คือ เวลาที่ถ่ายรูปภาพห้ามใช้แฟรชเป็นอันขาด สำหรับประวัติของ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม มีประวัติเล่าต่อกันมาว่า มีการสร้างวัดพระศรีรัตนศาสดารามแห่งนี้ตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 1  ซึ่งพระองค์ทรงสร้างพร้อมกับตอนที่สร้างพระบรมมหาราชวัง

โดยต้องการใช้พื้นที่เดียวกันในการสร้าง ซึ่งในตอนนั้นพระบรมมหาราชวังมีพื้นที่กว้างใหญ่ถึง 152 ไร่กับอีก 2 งาน ดังนั้นรัชกาลที่ 1 จึงได้ทรงตรัสให้สร้างพระราชฐานทั้งชั้นใน , ชั้นกลาง ,ชั้นนอก และทรงโปรดให้สร้างวัดพระศรีรัตนศาสดาราม รวมอยู่ในพื้นที่ด้วย เพราะในสมัยโบราณ พระมหากษัตรมักจะนิยมชอบสร้างวัดประจำตัวพระองค์เอาไว้สำหรับไปทำบุญ สำหรับนักท่องเที่ยวชาวไทยแล้วส่วนใหญ่ก็หวังจะได้เข้ามากราบขอพระพระแก้วมรกตกันสักครั้งในชีวิต ส่วนนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติต้องการที่จะมาเยี่ยมชมความงดงามของวัดนั่นเอง

เที่ยวอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่

เยี่ยมชมความงามของน้ำตกผากล้วยไม้ เหวสุวัต

          หากใครที่ชื่นชอบการเที่ยวน้ำตก และชอบความสวยงามของดอกไม้ อีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวที่อยากจะแนะนำให้ลองไปเที่ยวกันดู นั่นก็คือ น้ำตกผากล้วยไม้ เหวสุวัต  ซึ่งน้ำตกแห่งในจะอยู่ในบริเวณพื้นที่ของอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่

สภาพของน้ำตกที่นี่โดยรอบแล้วจะเต็มไปด้วยต้นไม้น้อยใหญ่ ดังนั้นที่นี่จึงอากาศเย็นสบายไม่ร้อนเพราะได้ร่มเงาจากต้นไม้  สำหรับป่าในเขตน้ำตกผากล้วยไม้นี้จะเป็นลักษณะอากาศชื้นตลอดทั้งปี

สำหรับที่นี่นอกจากเราจะได้มาชมความงดงามของน้ำตกที่มีความสูงประมาณ 10 เมตรโดยจะมีน้ำไหลลงมากจากหน้าผาที่สูง โดยน้ำที่ไหลลงมาจะมีความเชี่ยวกราดตก ลงมากระทบกับหินซึ่งมีวางเรียงรายลดหลั่นกันไป ทั้งหินก้อนเล็กและใหญ่ และอีกหนึ่งความงามที่นักท่องเที่ยวที่มาที่นี่ต่างก็ประทับใจกันมากก็คือ กล้วยไม้ซึ่งจะออกดอกหลากหลายสีสัน 

และมีหลากหลายสายพันธ์ที่เมื่อเราเดินมาจะเห็นกล้วยไม้เหล่านี้ขึ้นตามหน้าผาและตามกิ่งไม้ ยิ่งหากนักท่องเที่ยวเดินทางมาเที่ยวที่น้ำตกผากล้วยไม้ในช่วงเดือนเมษายนแล้วละก็ จะเห็นดอกกล้วยไม้ พันธ์หวายแดงที่จะมีลักษณะของดอกเป็นช่อยาวยาวสีแดง เต็มบริเวณพื้นที่ป่าแห่งนี้เลยที่เดียว และยอดมีดอกไม้ชื่อแปลกที่จะขึ้นแทรกตามระหว่างหินและดิน

โดยเราจะพบเห็นดอกชนิดนี้ได้เฉพาะในช่วงฤดูฝน เรียกว่าดอกพิศวง สำหรับน้ำตกแห่งนี้นักท่องเที่ยวจะต้องใช้เวลาในการเดินทางเข้ามาเพื่อชมความงดงามของน้ำตกนานสักหน่อยโดยต้องเดินเท้าเข้ามาประมาณ 2 ชั่วโมง

ซึ่งการเดินทางเข้าไปเที่ยวชมน้ำตกผากล้วยไม้นั้น อากาศไม่ร้อนและได้ความร่นรื่นของต้นไม้และบรรยากาศเย็นสบายสามารถเดินสูดอากาศบริสุทธิ์เข้าไปได้เต็มปอด ซึ่งตลอดการเดินทางจะมีป้ายคอยบอกทางเพื่อไม่ให้นักท่องเที่ยวหลงป่า 

และหากใครที่ชอบศึกษาเกี่ยวกับธรรมชาติของป่า ต้นไม้และสัตว์ป่า มาที่นี่จะไม่ผิดหวังแน่นอน เพราะที่นี่เป็นป่าไม้ที่อุดมสมบูรณ์และเมื่อเดินทางไปถึงน้ำตกคุณก็จะพบกับสายน้ำใส เวลาเอามาจุ่มลงไปจะให้ความรู้สึกที่เย็นสบาย นักท่องเที่ยวที่เดินทางมาที่ผากล้วยไม้ส่วนใหญ่จะเน้นมาเดินป่าเพื่อชมความงดงามของป่ามากกว่าที่จะเน้นการมาเล่นน้ำตก

เพราะเมื่อมาถึงที่น้ำตกหลายคนก็มักจะนักพักผ่อนเพื่อชมความงดงามของน้ำตกแต่ไม่ค่อยจะลงเล่นน้ำกันสักเท่าไหร่ และหากอยากมาชมความอุดมสมบูรณ์ของป่ามากที่สุดและต้องการเห็นต้นไม้ ชนิดแปลกแปลกควรมาหน้าฝนแต่อาจจะต้องระวังตัวทาก เวลาเดินเท้าเข้ามาที่น้ำตกด้วย

สิ่งที่น่าสนใจและควรทำเมื่อไปเที่ยวโอซาก้าประเทศญี่ปุ่น

โอซาก้า หนึ่งในจังหวัดหลักสำคัญของประเทศญี่ปุ่นนอกจากกรุงโตเกียว

และยังเป็นจังหวัดที่คุ้มค่าที่จะไปท่องเที่ยวเมื่อมีแพลนจะไปทัวร์ประเทศญี่ปุ่นอีกด้วย เพราะโอซาก้าเต็มไปด้วยสถานที่ท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ วัฒนธรรมดั้งเดิม ให้นักท่องเที่ยวได้เรียนรู้ รวมไปถึงอาหารอันเลิศรส พิพิธภัณฑ์มากมาย แกลอรี่ศิลปะ และสวนสนุกที่สามารถใช้เวลากับครอบครัวหรือเพื่อนฝูงได้ แล้วในจังหวัดที่น่าหลงใหลแห่งนี้มีสิ่งที่น่าสนใจอะไรให้ทำบ้างมาดูกัน

  1. ไปเยี่ยมชมปราสาทโอซาก้า เป็นปราสาทที่สร้างมาตั้งแต่ ค.ศ. 1931 แต่เดิมมีบางส่วนของปราสาทถูกทำลายไปแต่ก็ได้มีการบูรณะใหม่จนแล้วเสร็จในหลายปีต่อมา ยิ่งไปกว่านั้นยังใช้แรงงานคนในการสร้างกว่า 100,000 คน ถึงแม้ว่าปราสาทโอซาก้าจะไม่ใช่แบบดั้งเดิมแต่ก็ยังเป็นปราสาทที่น่าประทับใจ เพราะมีสถาปัตยกรรมที่งดงามและภายในปราสาทยังเป็นพิพิธภัณฑ์ที่รวบรวมประวัติศาสตร์ของโอซาก้าที่มีถึง 8 ชั้นด้วยกัน
  2. ทัวร์พิพิธภัณฑ์คามิกาตะอุคิโยเอะ ถ้าอยากจะลองเรียนรู้เกี่ยวกับศิลปวัฒนธรรมในโอซาก้าแล้วล่ะก็ การมาที่พิพิธภัณฑ์แห่งนี้แล้วเรียนรู้เกี่ยวกับอุคิโยเอะแบบดั้งเดิม (งานศิลปะประเภทภาพพิมพ์จากบล็อคไม้)ก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือก ซึ่งเป็นทางเลือกที่เหมาะมากๆกับนักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบในการทำกิจกรรมเกี่ยวกับงานศิลปะ
  3. ชมความงามของศาลเจ้าสุมิโยชิ ศาลเจ้าสุมิโยชิเป็นศาลเจ้าที่มีชื่อเสียงและยังเป็นหนึ่งในศาลเจ้าแบบชินโตที่เก่าแก่ที่สุดไม่ใช่แค่ในโอซาก้าแต่ในประเทศญี่ปุ่นเลยทีเดียว ยิ่งไปกว่านั้นยังถือเป็นศาลเจ้าแบบชินโตที่สวยมากอีกด้วย เพราะรูปแบบโครงสร้างที่โดดเด่น ถึงแม้ศาลเจ้าแห่งนี้จะสร้างมานานกว่า 1,800 ปีแล้ว และภายในศาลเจ้ายังมีสวน สะพาน และบ่อน้ำ ให้เดินเล่นชมความงดงามได้อีกด้วย
  4. ออกไปเดินเล่นที่โดทงโบริและชินไซบาชิ นักท่องเที่ยวคนไหนเมื่อได้มาที่โอซาก้าแล้วล่ะก็ยังไงก็ต้องมาที่โดทงโบริและชินไซบาชิแน่นอน เพราะถือเป็นย่านที่ดีที่สุดในโลกเลยทีเดียว ที่โดทงโบริและชินไซบาชินั้นเต็มไปด้วยร้านอาหาร คาเฟ่ บาร์ และร้านค้ามากมายทั้ง ร้านเสื้อผ้า ร้านหมวก ร้านกระเป๋า ร้านเครื่องสำอาง ร้านขายยา ร้านหนังสือ หรือแม้แต่ร้านซีดี จะไปเดินเล่นตอนสายๆก็ดี บ่ายๆก็ดี หรือค่ำๆก็ไม่เลวเลยทีเดียว
  5. ดูสัตว์น้ำที่พิพิธภัณฑ์ไคยูคัง เป็นหนึ่งในพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น และภายในพิพิธภัณฑ์มีด้วยกันถึง 8 ชั้นที่จัดแสดงโชว์สัตว์น้ำมากมาย เช่น ฉลามวาฬ นาก ปลาโลมา เต่า และฯลฯ ที่พิพิธภัณฑ์ยังมีอุโมงค์ที่ยาวกว่า 9 เมตร ให้นักท่องเที่ยวได้ชมความสวยงามของสัตว์น้ำหลายชีวิตที่แหวกว่ายอยู่รอบๆตัว
  6. ลองกินอาหารท้องถิ่น โอซาก้าถือเป็นอีกจังหวัดที่ถือว่าเป็นสวรรค์ของอาหารเลยทีเดียวล่ะ โดยเฉพาะสำหรับนักท่องเที่ยวที่รักในการกิน โดยเมื่อมาถึงโอซาก้าแล้วยังไงๆทุกคนก็ต้องมากินโอโคโนมิยากิ หรือ แพนเค้กญี่ปุ่น และยังมี บัตเตระซูชิ ซึ่งก็คือซูชิอัดไม้ รวมไปถึง คุชิคาซึ ที่เป็นของเสียบไม้ทอด ที่ใครๆได้กินก็ชอบทุกคน นับเป็นอาหารท้องถิ่นที่ไม่ควรพลาดเลย