ท่องเที่ยวที่เชียงคานและชมวัฒนธรรมเมืองหลวงเก่าของประเทศลาว

เชียงคานได้เป็นอีกหนึ่งในอำเภอ จังหวัดเลย ที่ได้ตั้งอยู่ติดริมแม่น้ำโขงซึ่งในอดีตเชียงคานแห่งนี้ก็ได้เคยเป็นเมืองหลวงของประเทศลาวมาก่อนและยังได้เป็นเมืองที่มีความสำคัญทางยุทธศาสตร์ที่อยู่ในสมัยราชอาณาจักรล้านช้างเชียงคาน เมื่อที่เต็มไปด้วยเรื่องประวัติศาสตร์ที่มีมาอย่างยาวนานในที่แห่งนี้มันจึงได้เป็นสถานที่ที่ได้ทำให้หลายคนรวมทั้งตัวผมก็อยากที่จะแวะเวียนเข้ามาท่องเที่ยวและสัมผัสสักครั้งในชีวิตในช่วงเยนที่ถนนคนเดินกำลังเริ่มตั้งมันก็ได้เป็นเวลาเดียวกันที่เชียงคานได้เผยตัวตน

ทำให้ผมได้สัมผัสในการเดินทางในครั้งนี้ผมได้ปั่นจักรยานจนวนครบรอบถนนคนเดินของเชียงคานจากนั้นเราก็ได้ยินเสียงอึกทึกที่ตลาดต้องชมเมื่อผมได้เดินฝ่าผู้คนจำนวนมากเข้าไปจนได้เข้ามาถึงก็ได้พบว่าวันนี้ได้มีการจัดงานกิจกรรมของชุมชนจำทำให้ผมได้มาพบกับเสียงปรมมือและรอยยิ้มของผู้คนที่นี่หลังจากปล่อยใจให้สบายไปกับความเรียบง่ายของสถานที่ในที่แห่งนี้ซึ่งวิวของเด็กๆที่ได้เตะฟุตบอลกันอยู่ในช่วงเวลาหลังเลิกเรียนมันก็ได้ทำให้ผมนึกถึงในช่วงของเวลาเรียนที่แสนน่าเบื่อในอดีตช่วงเวลาที่แสงอาทิตย์คล้อยดับลงไปมันคงจะเป็นช่วงเวลาที่มีความสุขมากกว่าในเวลานั้น

กับชีวิตของเด็กที่โหล่หรือที่รองโหล่มาโดยตลอดทั้งชีวิตซึ่งในบางครั้งผมถึงกับจะต้องบอกกับแม่ว่าสอบได้ที่29ทั้งๆที่นักเรียนมี30คนและการที่ผมได้ออกมาเดินทางในโลกกว้างใบใหม่ของตัวเองโดยตัวคนเดียวมันก็อาจจะทำให้ผมได้เห็นในหลายๆสิ่งที่ในห้องเรียนไม่มีทางที่จะเทียบมันได้กับสิ่งที่ทุกคนได้เรียกว่าประสบการณ์ชีวิต

ซึ่งมันก็ได้ทำให้ผมได้รับรู้ว่าการที่ได้เติบโตเป็นผู้ใหญ่นั้นมันมีสวรรค์แห่งการเดินทางของเด็กที่ไม่ชอบเรียนหนังสือรออยู่ถนนคนเดินเชียงคานในยามค่ำคืนมันได้คึกคักไปด้วยของกินและผู้คนมันได้เป็นเมืองเก่าที่ถูกแปรสภาพทำให้มันเจริญอย่างไม่เสียรูปแบบในช่วงเวลาที่อากาศอาจจะร้อนสักนิดแต่ความสบายของคนที่นี่ก็ทำให้เราไม่ต้องรีบเร่งอะไรสำหรับคนเมืองที่เดินทางมายังภาคอีสานในครั้งนี้ก็ทำให้ผมได้ตักตวงเอาความสุขกลับไปได้ไม่ยากและผมก็ได้กลับมาที่บ้านเชียงคานเพื่อที่จะเตรียมตัวพักผ่อน สำหรับการตื่นเช้ามืดของวันพรุ่งนี้เช้ามืดกับทิวทัศน์ของเมืองพุทธที่เชียงคานผู้คนรวมถึงนักท่องเที่ยว

และชาวบ้านเมืองเชียงคานเริ่มออกมาใส่บาตรกันในยามเช้าผมได้นั่งรอพระเพื่อที่จะรอใส่บาตรแต่มันก็เป็นการใส่บาตรที่แปลกไปกว่าทุกครั้งเพราะการใส่บาตรครั้งนี้คือการใส่บาตรข้าวเหนียวเป็นครั้งแรกของผมที่จะได้้ใส่บาตรข้าวเหนียวสักครั้ง

 

 

สนับสนุนโดย  bk8 slot

แนะนำลองแวะเที่ยวที่ตลาดนัดรถไฟ

 

หัวค่ำไม่รู้จะไปไหน แนะนำลองแวะเที่ยวที่ตลาดนัดรถไฟ ตรงรัชดากันนะคะ

         ใครที่เคยเที่ยวตลาดนัดตอนกลางคืนและช่วงนี้ก็ห่างหายไปนานหลังจากที่มีการระบาดของไวรัสโคโรน่าตอนนี้เราสามารถที่จะไปเที่ยวตลาดนัดในตอนกลางคืนกันได้แล้วนะคะถึงแม้ว่าจะไม่เปิดดึกเหมือนกับเมื่อก่อนแต่ก็ยังดีกว่าไม่มีที่ให้เราไปเที่ยววันนี้จึงจะมาแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวตลาดนัดตอนกลางคืน

ซึ่งก็คือตลาดนัดรถไฟตรงบริเวณแถวรัชดาแล้วอีกที่นึงที่จะเปิดพร้อมกันก็คือตลาดนัดรถไฟ ตรงศรีนครินทร์ค่ะอย่างที่บอกคือหากใครเคยเที่ยวตลาดนัดจะต้องรู้ว่าในยามค่ำคืนนั้นแสงสีที่ทางตลาดได้มีการจัดเตรียมเอาไว้รวมถึงร้านค้าที่เราสามารถไปเดินหาซื้อของกันได้นั้นจะมีอยู่เต็มไปหมดไม่ว่าจะเป็นของเก่าของโบราณหรือแม้แต่ของปัจจุบันรวมถึงพวกอาหารการกินแถวตลาดนัดรถไฟไม่ว่าจะเป็นแถวบริเวณรัชดา

หรือว่าที่ศรีนครินทร์ต่างเพราะเป็นที่นิยมของคนในกรุงเทพฯรวมถึงนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่นี่เราสามารถเดินกินของได้ทุกประเภทไม่ว่าจะเป็นอาหารทะเลขนมและยังมีการเปิดขายสุราซึ่งนักท่องเที่ยวจะนิยมมาเดินเที่ยวกันที่ตลาดนัดทั้งสองแห่งนี้มากโดยเฉพาะร้านที่ขายอาหารซีฟู้ดที่ตลาดนัดทั้งรัชดาแล้วก็ศรีนครินทร์รับรองว่าอร่อยมากๆเป็นที่ติดใจของนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศที่สำคัญตลาดนัดแห่งนี้นะมีชื่อเสียงมากที่สุดในกรุงเทพฯเลยก็ว่าได้

เพราะเมื่อถึงเวลา 15:00 นนักท่องเที่ยวก็จะเริ่มเตรียมตัวกันแล้วที่จะเชิญชวนกันชักชวนกันมาเดินที่ตลาดนัดเพื่อหาอะไรกินกันก่อนกลับบ้านที่สำคัญคนที่ชอบเรื่องของการช้อปปิ้งที่นี่มีของให้ช้อปปิ้งหลากหลายไม่ว่าจะเป็นของแต่งบ้านของแต่งรถหรือแม้แต่พวกกระเป๋ารองเท้าเสื้อผ้าก็มีให้ Shopping ได้หมดของก็ราคาไม่แพงมากนัก

สามารถที่จะซื้อได้ทุกวันไม่มีเบื่อกันเลยทีเดียวซึ่งก่อนหน้านี้ในช่วงที่เริ่มมีการระบาดของไวรัสโคโรน่าได้มีการปิดตลาดนัดรถไฟไม่ว่าจะเป็นทั้งของรัฐบาลและศรีนครินทร์ตอนนี้มีการผ่อนปรนเรียบร้อยแล้วตลาดนัดจะสามารถเปิดให้บริการซึ่งเปิดไปแล้วเมื่อวานนี้ก็คือวันที่ 15 พฤษภาคมพ.ศ 2563 แล้วก็ช่วงเวลาที่มีการให้นักท่องเที่ยวได้ไปเดินซื้อของที่ตลาดนัดนะตอนนี้เราจะมีการเปลี่ยนเวลาใหม่โดยนักท่องเที่ยวสามารถไปซื้อของและเดินช้อปปิ้งที่ตลาดนัดรถไฟได้ตั้งแต่เวลา 16:00 นจนถึง 21:00 น

เนื่องจากว่าช่วงเวลาเกิดฟิวดังนั้นจึงไม่สามารถเดินที่ตลาดนัดรถไฟได้ตลอดทั้งคืนซึ่งเวลาคือฟิวส์นั้นจะมีการเปลี่ยนไปเป็นช่วงเวลา 23:00 นดังนั้นเราสามารถเดินได้จนถึง 21:00 นแล้วค่อยเดินทางกลับบ้านและทันเวลาเคอร์ฟิว แน่นอนและที่สำคัญเหนือสิ่งอื่นใดนั่นก็คือนักท่องเที่ยวทุกคนที่จะไปเที่ยวที่ตลาดนัดรถไฟจะต้องปฏิบัติตามกฎระเบียบของทางเจ้าหน้าที่ของตลาดนัดอย่างเคร่งครัดโดยต้องสวมใส่หน้ากากอนามัยจะต้องมีการตรวจวัดไข้ก่อนเข้าไปในตลาดและไม่เดินเบียดเสียดกันมากเกินไปนะซึ่งทางเจ้าหน้าที่ของตลาดนัดจะมีการประชาสัมพันธ์และคอยดูแลนักท่องเที่ยว

 

สนับสนุนโดย  bk8th

ถ่ายรูปกับบัวงาม ที่ทะเลบัวแดง

ถ่ายรูปกับบัวงาม ที่ทะเลบัวแดง อำเภอหนองหานจังหวัดอุดรธานี 

            วันนี้ได้มีโอกาสเดินทางไปเที่ยวที่จังหวัดอุดรธานีเพื่อนจึงแนะนำว่าถ้ามาถึงอุดรธานีแล้วควรจะไปเที่ยวที่ทะเลบัวแดงดูสักครั้งเพราะที่ทะเลบัวแดงนั้นจะเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ชาวบ้านได้มีการร่วมกันสร้างขึ้นมาซึ่งที่นี่จะเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่นักท่องเที่ยวนิยมมาถ่ายรูปกันโดยเพื่อนยังบอกอีกว่าถ้าจะไปเที่ยวที่นี่ควรจะไปตั้งแต่เช้าตรู่ตั้งแต่ 6:00 น. เลยยิ่งดี

เพราะว่าจะเป็นช่วงที่พระอาทิตย์ยังไม่ขึ้นดีอากาศยังไม่ร้อนและเป็นช่วงที่ดอกบัวกำลังผลิบานสวยงามอย่างเต็มที่เราจึงได้นัดกันกับลูกสาวว่าจะพากันไปถ่ายรูปที่ทะเลบัวแดงกันดีกว่าซึ่งลูกสาวเองก็ยังไม่เคยที่จะเห็นดอกบัวเยอะๆมาก่อนเมื่อลองศึกษาดูก็พบว่าที่ทะเลบัวแดงนี้อยู่ที่จังหวัดอุดรธานีโดยอยู่ในส่วนของอำเภอหนองหาน

และที่มีการเรียกกันว่าทะเลบัวแดงเนื่องจากว่าที่นี่เป็นบึงที่มีขนาดใหญ่มากโดยมีการวัดพื้นที่ได้ประมาณ สองหมื่นสองพันห้าร้อย ไร่เลยทีเดียวและทุกตารางเมตรของบึงแห่งนี้มีการปลูกดอกบัวเต็มไปหมดซึ่งดอกบัวที่ปลูกนั้นเป็นดอกบัวสายที่มีสีแดงดังนั้นเวลาที่เรามายืนอยู่ตรงริมบึงเราจะเห็นว่ามีดอกไม้สีแดงขึ้นเต็มไปหมดสร้างความตื่นตาตื่นใจ

ให้กับคนที่มาท่องเที่ยวที่นี่เป็นอย่างมากดังนั้นในเมื่อมีโอกาสได้มาเที่ยวที่จังหวัดอุดรธานีแล้วจึงคิดว่าน่าจะพาลูกสาวไปเที่ยวเพื่อดูความงดงามของดอกบัวดูสักครั้งหนึ่งใช้เวลาเดินทางไม่นานก็มาถึงริมบึงซึ่งมีชาวบ้านคอยบริการให้เช่าเรืออยู่หากใครได้หรือไม่ได้เป็นก็สามารถจ้างชาวบ้านให้ช่วยพายเรือให้เราก็ได้เราจะได้มีเวลาที่จะชื่นชมกับดอกบัวสวยๆแล้ว

ถ่ายรูปกันอย่างที่ไม่ต้องคอยมาพายเรือให้กับตนเองแต่ถ้าใครอยากจะแสดงฝีมือการพายเรือก็สามารถบอกกับเจ้าของเรือได้เช่นเดียวกัน  จะบอกว่าเมื่อถึงที่นี่แล้วไม่ผิดหวังเลยจริงๆเพราะว่าเราจะเห็นดอกบัวสีแดงไกลสุดลูกหูลูกตาเลยทีเดียวเหมือนกับว่าเรามาเที่ยวทะเลดอกบัวเลยก็ว่าได้ชาวบ้านแถวนี้บอกด้วยว่าถ้าอยากจะให้สวยกว่านี้ต้องมาช่วงเช้าๆ

ยิ่งเช้ามืดยิ่งดีเพราะว่าในช่วงเช้าหมอกยังไม่หมดจะเห็นหมอกจางๆขึ้นอยู่เหนือบึงบัวทำให้แลดูสวยงามเหมือนกับภาพในความฝันเลยก็ว่าได้และถ้าใครอยากจะมาชมความงามของดอกบัวแดงสามารถแวะมาชมได้ทุกปีโดยจะเปิดให้เข้าชมช่วงประมาณเดือนธันวาคมถึงเดือนกุมภาพันธ์ค่ะ

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  rb88 ล็อกอิน

คลายร้อนด้วยการไปร่องแก่งหินเพิง

          สำหรับทริปที่เราจะไปเที่ยวกันวันนี้เป็นทริปการท่องเที่ยวของคนที่รักการผจญภัยโดยเฉพาะอีกไม่นานนับจากนี้ก็จะเข้าสู่ช่วงของฤดูฝนแล้วดังนั้นการท่องเที่ยวที่เราจะไปเที่ยวในช่วงฤดูฝนวันนี้ จึงอยากแนะนำไปเที่ยวที่อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ซึ่งที่นี่มีกิจกรรมเกี่ยวกับการล่องแก่งซึ่งเป็นกิจกรรมผจญภัยรูปแบบหนึ่งที่นักท่องเที่ยวนิยมไปเที่ยวกันเป็นจำนวนมากโดยเฉพาะในช่วงหน้าฝนที่จะมีน้ำมากเป็นพิเศษ ซึ่งทริปนี้เราจะพาไปเที่ยวไม่ไกลจากกรุงเทพมากนักเราจะไปกันแค่จังหวัดปราจีนบุรีเท่านั้น

โดยเราจะไปล่องแก่งกันที่หินเพลิงซึ่งเหมาะมากถ้าจะไปเที่ยวในช่วงเดือนกรกฎาคมถึงเดือนตุลาคมนี้เพราะเป็นช่วงที่น้ำมากเป็นพิเศษเนื่องจากเข้าฤดูฝนแล้วซึ่งกิจกรรมนี้เราสามารถที่จะไปพายเรือยางหรือจะลอยล่องแม่น้ำสายใหญ่ดูความงดงามธรรมชาติของ 2 ริมแม่น้ำก็ได้หรือใครที่ชอบเน้นการผจญภัยแบบสุดๆมาฝากฟันอุปสรรคจากน้ำที่เชี่ยวกราก

เราก็มีการล่องแก่งซึ่งแก่งที่ว่านี้จะมีระดับความยากง่ายอยู่ที่ประมาณ 3-5 ระดับด้วยกันโดยเราจะมีการผ่านเกาะแก่งต่างๆทั้งหมดประมาณ 7 แก่งซึ่งจะเริ่มจากแต่งแรกก็คือแก่นหินเพลิงก่อนหลังจากนั้นผ่านไปอีกเล็กน้อยก็จะถึงแก่งผักหนามล้อมต่อด้วยแก่งวังบอนและแก่งลูกเสือไปถึงแก่งวังยาวแก่งวังไทรและสุดท้ายจบด้วยที่แก่งงูเห่า

สำหรับการไปเที่ยวล่องแก่งในครั้งนี้เราสามารถขับรถจากกรุงเทพฯออกไปเช่นปราจีนบุรีได้ใช้เวลาไม่เกิน 2 ชั่วโมงก็ถึง และการล่องแก่งในแต่ละครั้งนั้นก็จะต้องมีการใช้ทักษะของตัวเองแล้วก็เพื่อนๆที่ด่าช่วยกันประคับประคองเรือยางไม่สามารถฟันฝ่ากระแสน้ำที่ไหลแรงและเชี่ยวกราดและยังมีโขดหินคอยเป็นอุปสรรคให้เราต้องคอยหลบ คอยอีกมากมายทั้งแม่น้ำก็เย็นและสดชื่นซึ่งแต่ละแก่งนั้นจะมีระดับความยากง่ายแตกต่างกันออกไปแต่การมาล่องแก่งก็เป็นการสร้างความสามัคคี

และเป็นการสร้างความสนุกสนานให้กับเราและเพื่อนๆการมาล่องแก่งนั้นควรจะมากับเพื่อนนะคะหักมากับครอบครัวที่มีเด็กเล็กซึ่งไม่เหมาะและก่อนที่เราจะมีการล่องแก่งนั้นเราจะต้องมีการเดินเข้าไปในป่าซึ่งต้องใช้ระยะเวลาในการเดินประมาณ 2 กิโลเมตรถ้าคิดเป็นนาทีก็อยู่ที่ประมาณ 50 นาทีก็จะถึงจุดสตาร์ทของการเริ่มล่องแก่ง

หรือถ้าหากไกลล่องแก่งเบื่อแล้วอยากจะเดินดูธรรมชาติชมความงดงามทางเจ้าหน้าที่ของอุทยานเขามีบริการขี่จักรยานโดยธรรมชาติตรงบริเวณป่าเขาใหญ่ได้นะคะซึ่งเราจะเห็นเกี่ยวกับต้นไม้น้อยใหญ่ที่ขึ้นเต็มไปหมดรวมถึงพืชพันธุ์ต่างๆที่เราอาจจะไม่เคยรู้จักมาก่อนซึ่งเราสามารถมาศึกษาเกี่ยวกับพืชพันธุ์ของต้นไม้ได้ที่อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่มีได้เช่นเดียวกัน

 

ขอบคุณผู้ให้การสนับสนุนโดย  สูตร บาคาร่า bk8

สถานท่องเที่ยวหน้าฝนที่ไม่ควรไป 

เชื่อกันว่าสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆล้วนแล้วแต่น่าไปด้วยกันทั้งสิ้นแต่บางทีเราก็จะต้องดูด้วยว่าสถานที่เหล่าไหนที่เรานั้นไม่ควรไปเพราะว่ามีบางสถานที่ที่มันไม่น่าจะไปเลยก็มีจากอะไรเรามาดูกันเลย

สถานที่ท่องเที่ยวที่ในฤดูฝนเรานั้นไม่ควรที่จะไป นั่นก็คือการเดินป่า

สำหรับการเดินป่าล้วนแล้วแต่ทำให้ ใครต่อใครคลายเครียดได้แต่คุณรู้หรือไม่ว่าการเดินไปในหน้าฝนนั้นมันอันตรายยิ่งนักซึ่งมันเป็นสถานที่ที่คุณไม่ควรไปเป็นอย่างมาก เรารู้อยู่แล้วว่าคุณชอบแต่ว่าสาเหตุหลักๆที่มันไม่ควรไปก็ไม่เหมือนกันนะอย่างเช่นสิ่งต่างๆเหล่านี้ 

การเดินป่าหน้าฝนทำให้เป็นอันตรายต่างๆโดยมีดังต่อไปนี้ 

อันตรายต่อการเดินทางหน้าฝนนั่นก็คือทำให้พื้นดินนั้นลื่นซึ่งก่อให้เกิดอันตรายยิ่งนักโดยคุณสามารถเดินทางได้แต่ว่าหากเจอดินที่มันทำให้คุณรื่นได้นั่นก็เท่ากับว่ามันเป็นอันตรายอย่างยิ่งเพราะคุณไม่รู้เลยว่าคุณอาจจะประสบอุบัติเหตุอะไรเหล่านั้นและในป่า ล้วนแล้วแต่มีสัตว์ต่างๆที่น่ากลัวอยู่เหมือนกันดังนั้นทำให้การเดินทางของคุณในหน้าที่มันอับชื้นค่อนข้างที่จะอันตรายจนเกินไปไม่ไหวอาจจะเป็นตัวทากหรือตัวต่างๆนานาก็ตามที่ชอบน้ำชอบความชื้นสัตว์มีพิษเหล่านั้นมันจะออกมาและนั่นทำให้การเดินทางของคุณค่อนข้างที่จะลำบากนอกจากจะต้องคอยหลบสัตว์ต่างๆเหล่านั้นแล้วคุณอย่างที่จะต้องระวังเกี่ยวกับพื้นดินที่อาจจะทำให้คุณเดินลื่นล้มได้

แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าคุณจะไม่สามารถเดินทางได้นะเพียงแค่คุณจะต้องระวังให้มากขึ้นจากเดิมที่เคยเดินทางเพราะว่าถ้ามันไม่ใช่ฤดูฝนแล้วพื้นดินเหล่านั้นมันค่อนข้างที่จะแห้งและทำให้คุณเดินได้ง่ายหรือต้นไม้ใบหญ้าต่างๆเหล่านั้นอาจจะมีการเหี่ยวแห้งทำให้เราสามารถมองเห็นสัตว์ต่างๆหรือสัตว์ที่มีพิษร้ายแรงได้ง่ายขึ้น 

สิ่งที่คุณควรจะทำ ในการเดินป่าในช่วงหน้าฝนนั่นก็คือการเตรียมตัวให้พร้อมไม่ว่าจะเป็นรองเท้าที่สามารถเกาะพื้นทางเดินได้ดีและยังต้องมีชุดที่คุมให้ดีอีกด้วยเพราะว่ากันทากต่างๆเข้ามาเกาะกินดูดเลือดของคุณได้นั่นเองสิ่งที่น่ากลัวสำหรับอุณหภูมิที่มีการเปลี่ยนชื่อนั่นก็คือสัตว์ต่างๆที่มีพิษดังนั้นคุณจะเตรียมอุปกรณ์สำหรับการปฐมพยาบาลเบื้องต้นเกี่ยวกับสัตว์ที่มีพิษเหล่านั้นติดกระเป๋าไปด้วย

แต่ทางที่ดีนะคุณควรเลือกเดินทางในขณะที่ไม่ใช่หน้าฝนน่าจะดีกว่าเพราะมันทั้งปลอดภัยและก็เดินทางได้ง่ายกว่าซึ่งเท่ากับว่าคุณควรรอเวลาให้เหมาะสมน่าจะดีที่สุดนะ 

 

สนับสนุนโดย  ทางเข้า rb88

พาเที่ยวเพลาเพลิน  บูติด รีสอร์ท

พาเที่ยวเพลาเพลิน  บูติด รีสอร์ท ที่เที่ยวแห่งใหม่ของจังหวัดบุรีรัมย์ 

         สำหรับที่เพลาเพลิน  บูติด รีสอร์ท แห่งนี้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่น่ามาเที่ยวอย่างมาก สำหรับคนที่นิยมกิจกรรมให้ทำหลากหลาย โดยที่นี่จะมีการโปรโมตกันถึงความงามของสวนดอกไม้เมืองหนาวมากมายหลายสายพันธ์ซึ่งใครที่ชอบการถ่ายรูปควรอย่างยิ่งที่จะเดินทางมาเที่ยวกันทีนี่ โดยที่เพลาเพลิน  บูติด รีสอร์ท นั้น

อยู่ใกล้กับตัวเมืองประมาณ 32 กิโลเมตรเท่านั้นขับรถมาแป๊บเดียวก็ถึงแล้ว ซึ่งนอกจากเราจะได้ภาพถ่ายสวยสวยของทุ่งดอกไม้ที่จะทำให้เรารู้สึกสดชื่นไปตลอดการมาเที่ยวทริปนี้แล้วเรายังจะได้ทำกิจกรรมที่หลากหลายอีกด้วยซึ่งทีนี่จะมีการจัดการโซนให้นักท่องเที่ยวได้มีจุดเที่ยวหลากหลายนอกจากการดูดอกไม้สวยสวยแล้ว โดยที่นี่จะมีการจัดไว้ทั้งหมด 6 โซนด้วยกันนั้นก็คือ

    โซนพันธ์ไม้ที่จะมีนำมาแสดงตามฤดูกาล สำหรับโซนนี้จะเน้นความสวยงามของดอกไม้และมีมุมหลากหลายให้เราเลือกถ่ายรูปได้ตามใจชอบ โซนนี้จะมีการจัดดอกไม้ผลัดเปลี่ยนไปเรื่อยเรื่อย ยิ่งถ้าเที่ยวที่นี่ในช่วงหน้าหนาวแล้วละก็เราจะได้เห็นดอกไม้เมืองหนาวเต็มไปหมด เช่น ดอกลิลลี่สีขาวค่ะ

    โซนต่อมาเป็นโซนป่าดึกดำบรรพ์  โดยโซนนี้ก็ยังไม่ทิ้งคอนเซ็ปต์ของต้นไม้ เพราะจะมีการจัดแสดงเกี่ยวกับต้นเฟิร์น ที่มีมากมายหลายสายพันธ์แต่จะมีการนำรูปปั้นสัตว์ดึกดำบรรพ์อย่างไดโนเสาร์มาแสดงร่วมด้วยทำให้เราได้มุมถ่ายรูปอีกแบบที่สวยงาม 

    โซนที่สาม  จะเป็นโซนพืชกินแมลง สำหรับโซนนี้จะเป็นโซนที่เราจะไม่ค่อยเห็นกันมากนักสำหรับต้นไม้ประเภทนี้ เพราะโซนนี้จะเป็นโซนที่นำต้นไม้ที่กินสัตว์เป็นอาหารลักษณะของการตกแต่งของโซนนี้จึงจะเน้นสีสันของต้นไม้และมีการจัดวางต้นไม้ลักษณะคล้ายกับผีเสื้อ และเต่า และเน้นการจัดวางรูปปั้นที่มีต้นไม้รอบรอบสวยไปอีกแบบหนึ่งค่ะ

  โซนที่สี่ เป็นโซนของดอกกล้วยไม้ ซึ่งโซนนี้ก็จะมีกล้วยไม้หลากสีสัน สวยงามเต็มไปหมด ตกแต่งด้วยรูปปั้นของกินรี  หากใครที่ชื่นชอบกล้วยไม้พันธ์หายากที่นี่จะมีให้เห็นเต็มไปหมดแถมมุมถ่ายรูปก็สวยงามมากคะ

 โซนที่ห้า โซนพืชทะเลทราย   แน่นอนว่าเมื่อเป็นพืชกลางทะเลทราย การจัดวางคอนเซ็ปต์ของโซนนี้ย่อมจัดออกไปทางแนวอียิปต์ มีทั้งพีระมิด และฟาโรห์ รวมถึงตัวสฟิงซ์ ซึ่งเป็นคอนเซ็ปต์ของแนวทะเลทราย พร้อมด้วยต้นกระบอกเพชรมากมายหลายสายพันธ์ 

  โซนที่หก ซึ่งเป็นโซนสุดท้าย โซนนี้จะเป็นโซนพื้นบ้านของชาวอีสานค่ะ เป็นโซนที่จะมีการนำหุ่นรูปปั้นคนอีสานมาสวมใส่เสื้อผ้าที่ผลิตจากชาวอีสานโดยตรง อีกทั้งยังมีกานนำเครื่องมือการทำไร่ ทำนา ของคนในพื้นทีทางภาคอีสานมาแสดงไว้ด้วยและประดับสวนของโซนนี้ด้วยดอกหน้าวัว 

     และนอกจากทั้งหกโซนนี้แล้ว ยังมีไร่สตรอเบอรี่และยังมีทุ่งดอกไม้ที่เป็นดอกคอสมอส ให้นักท่องเที่ยวเดินชมความงามและถ่ายรูปได้อีกค่ะ

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  rb88

ท่องเที่ยวแลนด์มาร์คแห่งเชียงใหม่

ท่องเที่ยวแลนด์มาร์คแห่งเชียงใหม่  มาเที่ยวดอยอินทนนท์

             หากใครที่มาเที่ยวเมืองเชียงใหม่แล้วไม่ได้มาเที่ยวถึงดอยอินทนนท์เหมือนมาเที่ยวไม่ถึงเชียงใหม่เพราะที่ดอยอินทนนท์นี้เป็น Landmark สำคัญของจังหวัดเชียงใหม่ที่ 1 ที่เรียกได้ว่าเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สวยงามและดอยอินทนนท์นี้ยังมีความสูงที่สูงที่สุดของประเทศไทย นักท่องเที่ยวนิยมพากันเดินทางมาเที่ยวที่ดอยอินทนนท์กันเป็นจำนวนมาก

โดยเฉพาะในช่วงฤดูหนาวที่นี่จะมีนักท่องเที่ยวเดินทางมาเที่ยวในแต่ละวันเป็นพันๆคนเพราะต้องการมาชื่นชมความงามของธรรมชาติและมาสัมผัสอากาศที่หนาวเย็นสำหรับดอยอินทนนท์นั้นมีการแต่งตั้งให้เป็นอุทยานแห่งชาติเมื่อปีพุทธศักราช 2515 เป็นพื้นที่ที่อยู่บนยอดดอยครอบคลุมดอยหลายดอยในจังหวัดเชียงใหม่ซึ่งแต่เดิมชาวบ้านมักเรียกดอยอินทนนท์ว่าดอยหลวงหรือมีอีกชื่อหนึ่งว่าดอยอ่างกาต่อมาก็มีการเปลี่ยนชื่อมาเป็นดอยอินทนนท์

หากใครที่เดินทางมาท่องเที่ยวที่นี่จะใช้ระยะเวลาเดินทางจากตัวเมืองมาถึงดอยอินทนนท์ประมาณ 160 กิโลเมตร ที่นี่จะมีทั้งน้ำตกและต้นไม้พันธุ์ไม้นานาภัณฑ์พี่ดอยอินทนนท์นี้ทางเจ้าหน้าที่ได้มีการจัดแต่งให้มีความสวยงาม เพื่อเอาไว้ดึงดูดให้นักท่องเที่ยวเดินทางมาเที่ยวที่นี่ ยอดดอยเราจะเห็นอาคารที่สร้างไว้อย่างสวยงามรวมถึงมีการจัดสวนจากดอกไม้นานาพันธุ์ที่เป็นไม้พันธุ์หนาวอากาศที่นี่กำลังดีสำหรับนักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบความเย็นขึ้นไปบนยอดเขา

แล้วมองลงนาเห็นทิวทัศน์ด้านล่างหรือจะมองออกไปข้างหน้าก็จะเห็นท้องฟ้าที่มีเมฆหมอกสีขาวสวยงามหากใครที่ได้มาเที่ยวที่ดอยอินทนนท์ต่างก็จะหลงใหลในความงดงามที่ราวกับสวรรค์  แต่ที่นี่ทางเจ้าหน้าที่ของทางอุทยานยังได้มีการจัดเตรียมที่พักไว้ให้นักท่องเที่ยวในเช่านอนพักผ่อนเพื่อที่จะได้ขับรถไปเที่ยวตามสถานที่ต่างๆ

ในเขตอุทยานแห่งชาติโดยไม่ต้องรีบเร่งเพราะน้ำตกของที่อุทยานแห่งชาติที่นี่มีหลายที่ด้วยกันไม่ว่าจะเป็นน้ำตกแม่ยะ น้ำตกแม่กลาง  หรือน้ำตกวชิรธาร และยังมีอีกหลายๆน้ำตกที่ให้นักท่องเที่ยวสามารถไปเที่ยวชมความงามของน้ำตกต้นไม้ได้และที่นี่ยังเป็นที่ศึกษาเกี่ยวกับธรรมชาติที่หลายคนมักจะพากันเดินทางมาท่องเที่ยวและพักผ่อนรวมถึงเป็นเส้นทางการศึกษาที่นักศึกษาส่วนใหญ่เดินทางมาชื่นชมธรรมชาติและมาศึกษาเกี่ยวกับพวกพันธุ์ไม้ต่างๆ 

    หากใครที่ชื่นชอบธรรมชาติแนะนำมาเที่ยวที่นี่แล้วจะไม่ผิดหวังแน่นอน เพราะคุณจะได้สูดโอโซนที่สดชื่น ท่ามกลางธรรมชาติของป่าเขาและดอกไม้ที่สวยงาม   หากวันหยุดยาวไม่รู้จะไปเที่ยวที่ไหนแนะนำว่ามาเที่ยวที่เชียงใหม่และแวะมาเที่ยวที่ดอยอินทนนท์แห่งนี้รับรองจะไม่ผิดหวังแน่นอน

 

สนับสนุนโดย  next88 ทางเข้า

สถานที่ท่องเที่ยวที่อยู่ใกล้กับรถไฟฟ้า BTS

           สำหรับสังคมเมืองการเดินทางไปไหนมาไหนส่วนใหญ่จะเน้นการเดินทางด้วยรถไฟฟ้า MRT และรถไฟฟ้า BTS ดังนั้นวันนี้เราจึงจะมาแนะนำร้านอาหารและเครื่องดื่มที่น่าไปซึ่งเราสามารถนั่งดื่มด่ำกับบรรยากาศของร้านรวมถึงหามุมถ่ายรูปเก๋ๆสวยๆอีกทั้งยังมีอาหารที่รสชาติแสนอร่อยมาดูกันว่ามีร้านอาหารไหนบ้างที่น่าไปในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์

         สำหรับสถานที่แรกแนะนำว่า หากใครที่ชื่นชอบบรรยากาศร้านอาหารที่เน้นความเป็นธรรมชาติมองไปทางไหนก็เห็นแต่ต้นไม้เขียวขจีกลางเมืองกรุงอย่างนี้ที่ซอยสุขุมวิท 46 เรามีร้านอาหารในฝันแบบนี้แนะนำซึ่งสามารถมาที่ร้านนี้ได้ด้วยการนั่งรถไฟฟ้า BTS สถานีพระโขนงบอกเลยว่าแค่เพียงลงสถานีนี้เดินมาไม่ถึง 100 เมตร

คุณก็จะเจอร้าน Niipa Art Complex ที่นี่เปิดเป็นสถานที่ที่ให้ลูกค้าได้มานั่งดื่มด่ำกับกาแฟรสเลิศ และมีเค้กและเบเกอรี่แสนอร่อยที่สำคัญที่ร้านแห่งนี้ลูกค้าสามารถเลือกได้ว่าจะนั่งในห้องแอร์หรือหากใครอยากตั้งท่ามกลางธรรมชาติที่สวยงามที่ล้อมรอบไปด้วยต้นไม้ใหญ่ให้ความร่มรื่นก็สามารถนั่งในโซนของ Outdoor ได้เช่นเดียวกัน

สำหรับที่ร้านแห่ง่นี้จะมีการทำทางเดินเป็นแบบ สกายวอร์ค ให้ลูกค้าได้เดินชมธรรมชาติพร้อมกับถ่ายรูปไปด้วย และยังมีการนำกระจกขนาดใหญ่มากั้น เวลาถ่ายรูปก็จะมีการสะท้อนกับกระจกสวยแปลกตาไปอีกแบบ และที่สำคัญที่นี่ไม่ร้อนเลยเพระต้นไม้เยอะ อากาศดีมากๆเลยค่ะ

       และสำหรับที่เที่ยวแหล่งที่สองที่อยากแนะนำก็คือ ร้าน Craft café  ซึ่งที่ร้านแห่งนี้ ก็สามารถเดินทางมาได้ด้วยการนั่งรถไฟฟ้า BTS  ซึ่งที่ร้าน Craft café  แห่งนี้อยู่ห่างจากร้าน Niipa Art Complex มาเพียงเล็กน้อยเท่านั้น  เดินข้ามถนนมาเยื้องกันนิดหน่อยก็จะเจอร้านนี้ได้ไม่ยากเลยค่ะ ที่ร้านนี้เป็นร้านที่มีการตกแต่งภายในร้านสไตล์วินเทจ ด้านในจะมีการนำจานลวดลายสวยงามมาประดับตกแต่งตามฝาผนัง

แถมยังนำต้นไม้มาห้อยตามชายคาลงมาดูแล้วสวยงามแปลกตาดีมาก แต่ที่แตกต่างจากการตกแต่งร้านนั้นก็เพราะว่า ร้านนี้เป็นร้านขายอาหารของทุกภาย ทั้งภาคเหนือ   ภาคใต้ และภาคกลาง ที่สำคัญ ยังมีการขายอาหารแนว British Breakfast  เอาไว้คอยต้อนรับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติอีกด้วย

เรียกได้ว่ากวาดนักท่องเที่ยวทุกชาติและทุกภาคเลยก็ว่าได้ ส่วนรสชาติดของอาหารที่นี่ก็ไม่ธรรมดา จัดได้ว่าถูกปากทั้งสำหรับคนไทยและชาวต่างชาติเลย หากใครอยากเห็นฝรั่งหล่อหล่อ ลองแวะมาทานอาหารที่นี่ดูนะคะ เพลินตาและเพลินใจ และอิ่มท้องมากเลยล่ะค่ะ

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  dewabet

การเดินทางไปท่องเที่ยวยังภูทับเบิกเพียงลำพัง

ร้อนพันเรื่องราวบนท้องถนนของนักเดินทางภายใต้การเรียนรู้ที่ไม่มีวันหมดสิ้นผมออกเดินทางเพื่อค้นหาประสบการณ์ เพื่อบางสิ่งที่จะบอกกับตัวเองได้ว่าชีวิตนี้ถูกใช้อย่างคุ้มค่าแล้ว เราได้ออกเดินทางจากอำเภอเนินมะปรางจังหวัดพิษณุโลก

ซึ่งได้น้ำใจจากพี่ตุ่น ณ เนินมะปรางที่ได้มาส่งพวกเราที่ท่ารถ เพื่อจะเดินทางเข้าสู่อำเภอเมืองช่วงบ่ายของวัน การเดินทางในครั้งนี้ มันเต็มไปด้วยความท้าทายที่มันได้รออยู่ข้างหน้า ซึ่งมันได้เป็นเพลนการเดินทางในรูปแบบที่เรานั้นไม่เคยได้สัมผัสมาก่อน

อย่างไรก็ตามเราก็ได้คิดว่ามันน่าจะเป็นสิ่งที่มันสามารถจะตอบโจทย์ให้กับนักเดินทางมือใหม่อย่างพวกเรา เพื่อได้เข้าสู่เส้นทางการโบกรถไปเที่ยวในครั้งนี้ สำหรับในการเดินทางได้ครั้งนี้ที่ภูทับเบิกจังหวัดเพชรบูรณ์ที่ได้เป็นเป้าหมายของเรา ซึ่งเนื่องจากได้ไปสอบถามกับชาวบ้านมาถึงการเดินทางขึ้นไปยังภูทับเบิก

โดยไม่มีรถส่วนตัวนั้น ได้ความว่าเมื่อถึงนครไทยแล้วก็ให้หารถ โดยสารเพื่อไปส่งยังสามแยกจากนั้นก็ให้โบกรถต่อไปเป็นทอดๆเพื่อที่จะไปถึงยังภูทับเบิก ซึ่งเราได้ฟังดูแล้วมันก็ไม่ใช่เรื่องที่มันจะดูยากอะไรสักเท่าไหร่ แต่สำหรับในวันนี้กว่าเราจะได้เดินทางไปยังถึงนครไทยเราอาจจะไปถึงเกือบหกโมงเย็นแล้ว

และนั่นมันจึงได้เป็นสิ่งที่มันได้ทำให้เราได้หนักใจอยู่ไม่น้อย จากนั้นเราก็ได้เดินทางเข้าสู่นครไทยจากนั้นก็นั่งสามล้อ ซึ่งจะได้เข้าสู่สามแยกแห่งการโบกรถของผมในวันนี้ และในช่วงระยะเวลาของการแบกเป้มาเพียงคนเดียวและพระอาทิตย์ที่มันใกล้จะตกดินซึ่งผมก็ไม่เคยได้รู้จักกับสามแยกนี้มาก่อน 

เนื่องจากนี้การเดินทางตามายแทงที่ได้รับมามันอาจจะดูเหมือนกับว่ามันจะทำให้การเดินทางในวันนี้มันไม่อาจจะที่จะสามารถถอยหลังกลับไปได้เรายังไม่แน่ใจเลยว่าก่อนค่ำคืนนี้เราจะโบกรถได้หรือป่าว ทั้งที่ลุงที่ได้เป็นคนแถวนั้นก็ยังได้บอกและก็ได้เตือนเอาไว้แล้วว่ามันไม่น่าจะมีรถขึ้นไปได้ในระยะเวลานี้ทั้งนี้ร่างกายของเรามันก็ยังได้เต็มไปด้วยความตั้งใจที่มันได้มีอยู่ที่มันได้มีพร้อมกับความเชื่อมั่นว่า อย่าให้ใครได้มาบอกว่าเรานั้น

ทำอะไรไม่ได้เลยแม้แต่กระทั่งตัวเราเอง จากนั้นมาลุงก็ได้ตะโกนเรียกเราว่าให้เลิกโบกรถได้แล้วมาท่องเที่ยวแบบนี้เดี๋ยวมันจะไม่สนุกเอาพรุ่งนี้เช้าเดี๋ยวค่อยมาโบกรถใหม่จากนั้นเราได้เลิกโบกรถและเราก็ได้ฉุกกคิดขึ้นมาในเวลานั้นถึงทิฐิที่เป็นการเอาชนะอุปสรรคที่มันได้เต็มอยู่ข้างในหัวใจของเราจากนั้นมาก็จะมองเห็นได้ว่าเป้าหมายที่แท้จริงแล้วมันคืออะไรมันไม่ได้เป็นการเอาชนะตัวเองในวันที่รอบข้างไม่สามารถที่จะกำหนดได้

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  rb88

ไปเที่ยวอุทยานวังตะไคร้

ที่นี้นั้นมีดอกไม้และต้นไม้สวยงามมากมายตกแต่งประดับประดาไว้ค่ะ ซึ้งที่นี้นั้นได้เคยมีตำนานอยู่ถ้าถามคนที่อาศัยอยู่ที่นั้นนั่นทุกคนจะรู้ดีว่าที่นี้นั้นมีตำนานอยู่ค่ะและวันนี้เราจะมาเล่าตำนานของน้ำตกวังตระไคร้กันค่ะ  เรื่องเล่ามีอยู่ว่า เมื่อก่อนมีนักท่องเที่ยวหลายร้อยคนมาเที่ยวที่น้ำตกเล่นอยู่ดีๆ

จากที่น้ำเป็นสีใสน้ำกลับเปลี่ยนสีเป็นน้ำที่มีสีขุ่นมากมากแต่ก็ไม่มีใครสนใจเลยแม้ว่าเหล่านักท่องเที่ยวจะเห็นว่าน้ำสีขุ่นแต่ก็ยังเล่นต่อไปและไม่สนใจอะไรเลยและสุดท้ายน้ำป่าก็ไหลลงมา( อย่างที่ทุกคนรู้ว่าน้ำป่าไหลเร็วมาก)เนื่องจากน้ำไหลลงมาเร็วมากทำให้เหล่านักท่องเที่ยวหนีไม่ทันทำให้นักท่องเที่ยวทั้งหมดก็ต้องเสียชีวิตลง

เนื่องจากความที่ไม่สนใจตอนที่มีสันญาณว่าน้ำไปจะไหลลงมาจึงทำให้นักท่องเที่ยวต้องตายกันทั้งหมดว่ากันว่าน้ำที่น้ำตกวังตระไคร้นั้นไหลแรงอยู่แล้วทำให้บางทีเราอาจจะล้มลงไปได้และนอกจากนั้นตรงพื้นนั้นจะมีก้อนหินก้อนใหญ่ๆอยู่เต็มไปหมดดังนั้นบางทีเวลาเราล้มลงไปหัวจะฟาดกับก้อนหินค่ะ และว่ากันว่าทุกๆปีจะต้องมีคนที่จะต้องจมน้ำตายเพื่อไปเป็นตัวตายตัวแทนของวิญญาณอีกตนที่เคยตายอยู่แล้ว ที่นี้นั้นถึงแม้ว่าที่นี้จะมีตำนานเช่นนี้แต่ความสวยของน้ำตกกลับตราตรึงใจมากกว่า

ความกลัวดังนั้นถึงแม้ว่าจะมีตำนานเช่นนี้แต่ทุกคนก็ยังไปเล่นที่น้ำตกวังตระไคร้อยู่ดี ซึ้งน้ำตกที่นี้นั้นน่าไปเล่นมากมากเลยค่ะ และทุกคนเวลาที่จะกระโดดเพื่อที่จะเล่นน้ำก๋ควรจะดูที่พื้นด้วยเพราะถ้าบางทีเรากระโดดลงไปที่น้ำแล้วบางทีหัวของเราอาจจะไปโดนก้อนหินแล้วเสียชีวิตได้ดังนั้นต้องระวังนะคะ จริงๆแล้วน้ำตกนี้เกิดมาจากลำธารสองลำธาร

และหลังจากนั้นลำธารทั้งสองก็ไหลมาบรรจบกันและหลังจากนั้นเมื่อมองดูรวมๆจะเห็นว่าเป็นเหมือน้ำตกค่ะและที่นี้นั้นมีบรรยากาศธรรมชาติทำให้หลายคนตั้งชื่อน้ำตกนี้ว่า “ น้ำตกวังตระไคร้” ค่ะ

ซึ้งส่วนใหญ่ต้นไม้และดอกไม้ที่ขึ้นแถวๆน้ำตกวังตระไคร้นั้นจะเป็นดอกไม้และต้นไม้ที่ชอบน้ำค่ะ ซึ้งต้นไม้ที่ส่วนใหญ่คนจะไปถ่ายรูปด้วยนั้นจะเป็นต้นไม้ที่มีดอกไม้สีชมพูสวยสดสีสันงดงามค่ะ น่าไปมากมากเลยนะคะ ( เวลาจะไปที่นี้หรือไม่ว่าจะน้ำตกที่ไหนอย่าลืมเช็คสภาพอากาศด้วยนะคะ ) ลองไปเที่ยวกันดูนะคะ